I Think of You
I Think of You (ผมคิดถึงคุณPerry Comoแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์When I'm alone at night, And there's no one to comfort me, I think of you And suddenly my pillow is your face and your arms. And when the winter wind comes chasin' after me, I think of you And it's as though I crawl beneath the blanket Soft and warm.เมื่อผมอยู่ตามลำพังในตอนกลางคืน            และไม่มีใครจะปลอบโยนผม            ผมคิดถึงคุณ            และทันทีทันใดนั้นหมอนของผมก็คือใบหน้าและแขนของคุณและเมื่อลมหนาวพัดไล่หลังผมมา            ผมคิดถึงคุณ            และมันดูเหมือนกับว่า ผมคลานเข้าไปใต้ผ้าห่ม            อ่อนนุ่มและอบอุ่นHow did I get from dark to daylight, Before you happened to pass by? How did I find my way through life, Before you brightened up my sky? Was there a sky at all, Until you painted it for me? How did I get on, 'Till you came along?ผมจะผ่านความมืดไปสู่รุ่งเช้าได้อย่างไร            ก่อนที่คุณบังเอิญจะผ่านมาทางนี้?            ผมจะหาทางดำเนินชีวิตให้ตลอดได้อย่างไร?            ก่อนที่จะทำให้ท้องฟ้าของผมสว่างสดใส            มันมีท้องฟ้าบ้างหรือเปล่า?            จนกว่าคุณจะระบายสีมันให้มัน            ผมดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร?            จนกว่าคุณเข้ามาร่วมชีวิตด้วยWho knows how many times I pause in every day, To think of you? As often as the sun sails out upon the silent sea! And if you're wonderin' why it is I only think of you, Well it's because I'd like to be as close to you, As you've become to me! I think of you I think of you            ใครรู้บ้างว่า ผมหยุดกี่ครั้งในแต่ละวัน            เพื่อคิดถึงคุณ            บ่อยเท่ากับดวงอาทิตย์โคจรไปสู่ทะเลที่เงียบสงบ            และถ้าคุณกำลังสงสัยว่า ทำไมผมเท่านั้นที่คิดถึงคุณ            อ้า...มันเป็นเพราะว่าผมอยากจะอยู่ใกล้ชิดกับคุณ            เท่าๆกับที่คุณเป็นส่วนหนึ่งของผม            ผมคิดถึงคุณผมคิดถึงคุณVocabulary Itemsalone (adj) = อยู่ตามลำพังas though (prep) = ดุจประหนึ่งว่า beneath (prep) = ข้างใต้blanket (n) = ผ้าห่มbrighten (v) = ทำให้สว่างchase after (v) = ไล่ตามหลังcome along (v) = มาด้วย ติดตามมาด้วย เข้ากันได้ ไปด้วยกันได้comfort (v) = ปลอบโยนcrawl (v) = คลานdaylight (n) = ตอนรุ่งสว่างget on (v) = ดำเนินต่อไปhappen to pass by (v) = บังเอิญผ่านมาpaint (v) = ระบายสีpause (v) = หยุดพักชั่วขณะpillow (n) = หมอนsail out upon (v) = แล่นเรือท่องเที่ยวsea (n) = ทะเลsilent (adj) = เงียบสงบsky (n) = ท้องฟ้าsoft (adj) = อ่อนนุ่ม นุ่มนวลsuddenly (adv) = ทันทีทันใดนั้นthink of (v) = คิดถึงwarm (adj) = อบอุ่นwind (n) = ลมwinter (n) = ฤดูหนาวwonder (v) = สงสัย
9 พฤษภาคม 2563     |      461
I Started a Joke
I Started a Joke (ผมเริ่มต้นพูดตลกBee Geesแปลโดย รศ. ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์I started a joke which started the whole world crying But I didn't see that the joke was on me oh no I started to cry which started the whole world laughing Oh If I'd only seen that the joke was on meผมเริ่มต้นพูดตลกซึ่งเริ่มทำให้คนทั้งโลกร้องไห้แต่ผมไม่รู้ว่าตลกนั้นเกี่ยวกับตัวผม โอ้ ไม่น่าเลยผมเริ่มต้นร้องไห้ซึ่งเริ่มทำให้คนทั้งโลกหัวเราะโอ้ ถ้าเพียงแต่ผมได้รู้ว่าเรื่องตลกนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับผม (ผมก็จะไม่พูดตลกนั้น[1] I looked at the skies running my hands over my eyes And I fell out of bed hurting my head from things that I said 'Till I finally died which started the whole world living Oh If I'd only seen that the joke was on meผมมองดูท้องฟ้าเอามือทั้งสองข้างขยี้ตาและตกลงจากเตียง เจ็บหัวจากสิ่งที่ผมพูดจนในที่สุดผมก็ตาย ซึ่งเริ่มต้นให้คนทั้งโลกมีชีวิตอยู่ได้โอ้ ถ้าเพียงแต่ผมได้รู้ว่าเรื่องตลกนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับผม (ผมก็จะไม่พูดตลกนั้น [1]Vocabulary Itemsjoke (n) = ตลก พูดตลกhurt (v) = เจ็บปวด, ทำให้เจ็บปวด whole (adj) = ทั้งหมดExpressionsThe joke was on me.= เรื่องตลกเป็นเรื่องของผม ผมเป็นตัวตลกTo run my hands over my eyes = เอามือขยี้ตาTo make a fool of yourself = ทำตัวเองเป็นไอ้งั้งIf only = ถ้าเพียงแต่ ขอเพียงแต่น่าเสียดายที่ผมอยากให้GrammarSimple Past Tenseอดีตกาลธรรมดา เพื่อใช้บ่งบอกว่า เหตุการณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดแล้วในอดีตในปัจจุบันเป็นปกติวิสัยในขณะที่พูด หรือเกิดขึ้นบ่อยๆเป็นประจำ เช่นI started a joke which started the whole world crying.I looked at the skies.Conditional Sentence Type 4 – Impossible Past Conditionประโยคเงื่อนไขชนิดที่ 4 เงื่อนไขในอดีตที่เป็นไปไม่ได้ เพื่อใช้บ่งบอกว่า เหตุการณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในอดีตที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น และแก้ไขไม่ได้แล้ว เช่นIf I had only seen that the joke was on me, (I wouldn’t have told it.) ถ้าเพียงแต่ผมได้รู้ว่าเรื่องตลกนั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับผม (ผมก็จะไม่พูดตลกนั้น
9 พฤษภาคม 2563     |      495
I Really Don't Want to Know
I Really Don't Want To Know (จริงๆแล้ว ผมไม่ต้องการอยากรู้Eddy Arnoldแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์How many arms have held you And hated to let you go? How many, how many, I wonder But I really don't want to knowมีกี่อ้อมแขนแล้วที่ได้โอบกอดคุณ            และไม่อยากให้คุณจากไป            มีเท่าไหร่แล้ว มีเท่าไหร่แล้ว ผมสงสัย            แต่จริงๆแล้ว ผมไม่ต้องการอยากรู้How many lips have kissed you And set your soul aglow? How many, how many, I wonder But I really don't want to knowมีรีมฝีปากกี่คู่แล้วที่ได้จูบคุณ            และทำให้จิตใจคุณรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุข            มีเท่าไหร่แล้ว มีเท่าไหร่แล้ว ผมสงสัย            แต่จริงๆแล้ว ผมไม่ต้องการอยากรู้So always make me wonder Always make me guess And even if I ask you Darling, please don't confessดังนั้น มันทำให้ผมสงสัยเสมอ            มันทำให้ผมคาดเดาเสมอ            และแม้ว่าผมถามคุณ            ที่รัก โปรดอย่าสารภาพความจริงนะJust let it remain your secret But darling, I love you so No wonder, no wonder, I wonder No, I really don't want to know            เพียงแต่ให้มันเป็นความลับของคุณเถอะนะ            แต่ ที่รัก ผมรักคุณมาก            อย่าสงสัย อย่าสงสัย ผมสงสัย            ไม่นะ จริงๆแล้ว ผมไม่ต้องการอยากรู้Vocabulary Itemsaglow (v) = รู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขguess (v) = เดาhate (v) = เกลียดhold (v) = โอบกอดsoul (n) = วิญญาณwonder (v) = สงสัยExpressionsDarling, I love you so. (= so much)(It turns up in one of Shakespeare's better known sonnets: The hand that writ it; for I love you so)I wonder. = ฉันสงสัยI really don't want to know. = จริงๆแล้วฉันไม่ต้องการจะรู้How many arms have held you? = มีแขนกี่แขนที่กอดคุณHow many lips have kissed you? = มีริมฝีปากกี่ปากที่จูบคุณLet it remain your secret. = ขอให้มันเป็นความลับของคุณต่อไปGrammarSimple Present Tenseปัจจุบันกาลธรรมดา เพื่อใช้บ่งบอกสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันในขณะที่พูดเป็นปกติวิสัย เช่นI really don't want to know.But darling, I love you so.   2. Simple Past Tenseปัจจุบันกาลรรมดา เพื่อใช้บ่งบอกสิ่งเกิดขึ้นและสิ้นสุดแล้วในอดีต เช่นAnd hated to let you go.And set your soul aglow.   3. Present Perfect Tenseปัจจุบันกาลสมบูรณ์ เพื่อใช้บ่งบอกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต แล้วยังดำเนินติดต่อกันเรื่อยมาถึงปัจจุบัน เช่นHow many arms have held you?How many lips have kissed you?   4.  ประโยคเงื่อนไขชนิดที่ 1 (Possible Present Conditions)เงื่อนไขที่เป็นจริงได้ตามธรรมชาติในปัจจุบันIf I ask you, please don't confess.If it is morning, the sun rises in the east.
9 พฤษภาคม 2563     |      237
I Don't Know How to Love Him (Sharon)
I Don't Know How to Love Him (ฉันไม่รู้ว่าจะรักเขาอย่างไรSharon Campbellแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์I don't know how to love him. What to do, how to move him. I've been changed, yes really changed. In these past few days, when I've seen myself, I seem like someone else.ฉันไม่รู้ว่าจะรักเขาอย่างไรดี            ทำอะไรดี จะเปลี่ยนแปลงเขาอย่างไร            ฉันเปลี่ยนแปลงมานานแล้ว ใช่ เปลี่ยนแปลงไปจริงๆ            ในเวลาที่ผ่านไป 2-3 วัน เมื่อฉันมองดูตัวเอง            ฉันดูเหมือนว่าเป็นคนอื่นI don't know how to take this. I don't see why he moves me. He's a man. He's just a man. And I've had so many men before, In very many ways, He's just one more. Should I bring him down?ฉันไม่รู้ว่าจะยอมรับสิ่งนี้อย่างไร            ฉันไม่เข้าใจว่าว่าเขาเปลี่ยนแปลงฉันทำไม            เขาเป็นผู้ชาย เขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้น            และฉันมีผู้ชายมากมายมาก่อน            ในหลากหลายวิธี            เขาเป็นเพียงผู้ชายอีกหนึ่งเท่านั้น            ฉันควรจะทำให้เขาผิดหวังไหม?Should I scream and shout? Should I speak of love, Let my feelings out? I never thought I'd come to this.ฉันควรจะกรีดร้องและตระโกนไหม?            ฉันควรจะพูดเรื่องรักไหม?            ควรแสดงความรู้สึกออกมาไหม?            ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมาถึงจุดนี้What's it all about? Don't you think it's rather funny, I should be in this position. I'm the one who's always beenทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร?            คุณไม่คิดหรือว่ามันเป็นเรื่องค่อนข้างตลก            ที่ฉันควรต้องอยู่ในสถานการณ์นี้            ฉันเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ตลอดมาSo calm, so cool, no lover's fool, Running every show. He scares me so. I never thought I'd come to this.แสนเงียบสงบ แสนเยือกเย็น ไม่มีการหลอกลวงจากคนรัก            ในการดำเนินชีวิตทุกอย่าง            เขาทำให้ฉันรู้สึกกลัวมาก            ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมาถึงจุดนี้What's it all about? Yet, if he said he loved me, I'd be lost. I'd be frightened. I couldn't cope, just couldn't cope.ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร?แต่ว่า ถ้าเขาพูดว่าเขารักฉัน            ฉันคงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ฉันคงจะตกใจกลัว            ฉันคงแก้ปัญหานี้ไม่ได้  เพียงแต่แก้ปัญหาไม่ได้I'd turn my head. I'd back away. I wouldn't want to know. He scares me so. I want him so.ฉันคงกลับหลังหัน ฉันคงถอยหลังหนี            ฉันไม่ต้องการที่จะรู้            เขาทำให้ฉันรู้สึกกลัวมาก            ฉันต้องการเขามากI love him so.            ฉันรักเขามากVocabulary Itemsback away (v) = ถอยออกห่าง ถอยหนีbring someone down (v) = ทำให้บางคนผิดหวังcalm (adj) = สงบเงียบchange (v) = เปลี่ยนแปลงcool (adj) = เยือกเย็นcope (v) = จัดการ หรือแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพfool (n) = การหลอกลวงfrightened (pp.) = ถูกทำให้ตกใจfunny (adj) = น่าขบขัน น่าตลกI couldn't cope. = ฉันคงแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ฉันคงรับไม่ได้I don’t see = ฉันไม่เข้าใจlet my feelings out = ปลดปล่อยอารมณ์ฉันออกมาก แสดงอารมณ์ฉันออกมาmove (v) = เปลี่ยนแปลงposition (n) = ตำแหน่ง สถานะrather (adv) = ค่อนข้างจะreally (adv) = จริงๆ อย่างจริงจังscare (v) = ทำให้ตกใจกลัวscream (v) = กรีดร้องshout (v) = ตระโกนsomeone else (pro) = คนอื่นspeak of (v) = พูดเกี่ยวกับtake this (v) = ยอมรับสิ่งนี้turn someone’s head (v) = กลับหลังหัน หันหน้าหนี
9 พฤษภาคม 2563     |      314
I Don't Know How to Love Him (Helen)
I Don’t Know How to Love Himฉันไม่รู้ว่าจะรักเขาอย่างไรHelen Reddyแปลโดย รศ. ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์I don't know how to love him, what to do, how to move him I've been changed, yes really changed In these past few days when I see myself, I seem like someone elseฉันไม่รู้ว่าจะรักเขาอย่างไร ทำอย่างไรดี ทำอย่างไรให้เขาเปลี่ยนแปลงฉันถูกทำให้เปลี่ยนไป ใช่ เปลี่ยนไปจริงๆใน 2-3 วันที่ผ่านมา เมื่อฉันเห็นตัวเอง ฉันดูเหมือนเป็นคนอื่นI don't know how to take this, I don't see why he moves me He's a man, he's just a man And I've had so many men before in very many ways, he's just one moreฉันไม่รู้ว่าจะทำสิ่งนี้ได้อย่างไร ฉันมองไม่เห็นว่าทำไมเขาจึงทำให้ฉันเปลี่ยนแปลงเขาเป็นผู้ชาย เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งเท่านั้นและฉันก็เคยมีผู้ชายมาก่อนมากมายในหลายวิธี เขาเป็นเพียงผู้ชายอีกคนหนึ่งเท่านั้น[1] Should I bring him down, should I scream and shout Should I speak of love, let my feelings out I never thought I'd come to this, what's it all aboutฉันควรทำให้เขาเป็นทุกข์ไหม ฉันควรจะกรีดร้องและตระโกนไหมฉันควรจะพูดเรื่องความรัก ปล่อยให้เขารู้ความรู้สึกของฉันไหมฉันไม่เคยคิดหรอกว่า ฉันจะมาถึงจุดนี้ ทั้งหมดนี้มันเป็นเรื่องอะไรDon't you think it's rather funny that I should be in this position I'm the one who's always been so calm, so cool, no lover's fool Running every show, he scares me soคุณไม่คิดหรือว่ามันค่อนข้างจะน่าขันที่ฉันควรจะอยู่ในฐานะเช่นนี้ฉันเป็นคนหนึ่งที่สงบเสงี่ยมมากเสมอ น่ารักมาก และไม่มีการหลอกลวงคนรักการแสดงออกทุกครั้ง เขาทำให้ฉันรู้สึกกลัวมาก[1]Yet, if he said he loved me, I'd be lost, I'd be frightened I couldn't cope, just couldn't cope I'd turn my head, I'd back away, I wouldn't want to know He scares me so, I want him so, I love him soแต่ว่า ถ้าเขาพูดว่าเขารักฉันล่ะ ฉันคงจะทำอะไรไม่ถูก ฉันคงจะตื่นตกใจฉันคงไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เพียงแต่ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ฉันคงจะกลับหลังหัน ฉันคงจะถอยหลังกลับ ฉันไม่ต้องการที่จะรู้เขาทำให้ฉันกลัวมาก ฉันต้องการเขามาก ฉันรักเขามากVocabulary Itemscalm (adj) = สงบ เงียบcool (adj) = สงบเสงี่ยมและมั่นใจcope (n) = แก้ปัญหาได้ อดทนfrighten (adv) = ทำให้กลัว frightened (p.p) = รู้สึกกลัว ถูกทำให้รู้สึกกลัวfrightening (adj) = น่ากลัวlet …out (v) = ปล่อยออก ระบายความรู้สึกmove (v) = เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนความคิด ทำให้รู้สึกเห็นใจ ทำให้เศร้าโศกposition (n) = ตำแหน่ง สถานะscare (adj) = ทำให้รู้สึกกลัวscream (v) = กรีดร้องshout (v) = ตระโกนto bring somebody/something down (v) = ทำให้เป็นทุกข์ ยิงให้ตกลงมา ทำให้หมดอิทธิพล ExpressionsWhat's it all about? มันอะไรกันเนี่ย?I couldn’t cope. ฉันแก้ปัญหาไม่ได้Should I bring him down? ฉันควรทำให้เขาเป็นทุกข์ไหม?It’s cool. = Nice, Ok, good or great, awesomeBack away (v) = ถอยหลังไปI love you so (much). จากโคลงท่อนหนึ่งของ ShakespeareNo longer mourn for me when I am dead Than you shall hear the surly sullen bell Give warning to the world that I am fled From this vile world, with vilest worms to dwell: nay, if you read this line, remember not The hand that writ it; for I love you soGrammarSimple Present Tenseปัจจุบันกาลอย่างง่าย เพื่อใช้บ่งบอกสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันในขณะที่พูดเป็นปกติวิสัย เช่นI don't know how to take this; I don't see why he moves me.He's a man, he's just a man.Don't you think it's rather funny?Present Perfect Tenseปัจจุบันกาลสมบูรณ์ เพื่อใช้บ่งบอกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต แล้วยังดำเนินติดต่อกันเรื่อยมาถึงปัจจุบัน เช่นI have had so many men before in very many ways.
9 พฤษภาคม 2563     |      557
I Could Have Told You
I Could Have Told You (ผมควรจะได้บอกคุณFrank Sinatraแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์I could have told you She'd hurt you She'd love you a while Then desert you If only you asked I could have told you soผมควรจะได้บอกคุณว่า            หล่อนจะทำให้คุณเจ็บปวด            หล่อนจะรักคุณชั่วขณะหนึ่ง            แล้วก็จะละทิ้งคุณไป            ถ้าเพียงแต่ว่าคุณถามผม            ผมควรจะได้บอกคุณเช่นนั้นI could have saved you Some crying Yes I could have told you she's lying But you were in love And didn't want to know I hear her nowผมควรจะได้ปกป้องคุณไว้            จากการร้องไห้            ใช่เลย ผมควรจะได้บอกคุณว่าหล่อนกำลังโกหก            แต่ว่าคุณกำลังมีความรัก            และไม่ต้องการที่จะรู้            ขณะนี้ผมได้ยินหล่อนแล้วAs I toss and turn and try to sleep I hear her now Making promises she'll never keep And soon it's over And done with She'll find someone new to have fun withขณะที่ผมนอนพลิกไปพลิกมาและพยายามจะหลับขณะนี้ผมได้ยินหล่อนแล้วว่ากำลังพูดคำสัญญาที่หล่อนไม่เคยรักษาเลยและไม่ช้า มันก็ผ่านพ้นไปอย่างสมบูรณ์ (ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหล่อนจะหาคนใหม่เพื่อหาความสนุกสนานด้วยกันThrough all of my tears I could have told you so I hear her now As I toss and turn and try to sleep I hear her now Making promises She'll never keepผ่านหยาดน้ำตาทั้งหลายของผม            ผมควรจะได้บอกคุณเช่นนั้นตอนนี้ผมได้ยินหล่อนแล้วขณะที่ผมนอนพลิกไปพลิกมาและพยายามจะหลับตอนนี้ผมได้ยินหล่อนแล้วว่ากำลังพูดคำสัญญาที่หล่อนไม่เคยรักษาเลยAnd soon it's over And done with She'll find someone new to have fun with Through all of my tears I could have told you soและไม่ช้า มันก็ผ่านพ้นไปอย่างสมบูรณ์ (ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหล่อนจะหาคนใหม่เพื่อหาความสนุกสนานด้วยกันผ่านหยาดน้ำตาทั้งหลายของผม            ผมควรจะได้บอกคุณเช่นนั้นVocabulary Itemsa while (adv) = ชั่วระยะเวลาสั้นๆand done withbe in love = กำลังมีความรักdesert (v) = ละทิ้งhurt (v) = ทำให้เจ็บปวดlie (v) = โกหกpromise (v, n) = สัญญา คำสัญญาsave (v) = เก็บรักษาไว้ เก็บไว้ให้ปลอดภัย ช่วยชีวิตShe'd hurt you. = หล่อนจะทำให้คุณเจ็บปวดto have fun with = เพื่อหาความสนุกสนานด้วยกันtoss and turn (v) = นอนพลิกไปพลิกมาExpressionsIt's over and done with = มันก็ผ่านไปอย่างสมบูรณ์ไม่มีอะไรเกิดขึ้นI could have told you. = ผมควรจะได้บอกคุณGrammarHypothetical Sentenceประโยคสมมุติฐานเป็นการสมมุติเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในอดีตที่ควรจะเป็น แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เช่น ผมควรจะได้บอกคุณเมื่อวานนี้ว่า หล่อนจะมาเยี่ยมคุณ แต่ว่าผมลืมบอกประโยคเช่นนี้นิยมใช้Should/would/could/might have + pp (past participle) เช่นI should have told you that she would come to visit you, but I forgot it.I could have told you that she was lying.I could have told you that she would hurt you.I should have told you that she'd love you a while.I would have gone to London if I won the first price of lottery.
9 พฤษภาคม 2563     |      252
I Cannot Steer My Heart
I Can't Steer My Heart Clear Of Youผมไม่สามารถขับเคลื่อนหัวใจจากคุณได้ผมอดคิดถึงคุณไม่ได้Elton Johnแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Take me for granted, I think that I could stand it After all these rough seas, left me reckless and abandoned Say the spirits willing, chance a new beginning Break down the cold front, give me peace and understandingเข้าใจผมเอาเอง ผมคิดว่าผมสามารถอดทนได้หลังจากที่ผ่านทะเลที่โหดร้าย ทำให้ผมกระวนกระวายใจ และถูกทอดทิ้งพูดถึงเรื่องกำลังใจ โอกาสที่จะตั้งต้นใหม่ทำลายน้ำแข็งด้านหน้าเรือ ทำให้ผมมีจิตใจที่สงบและเข้าใจได้And you wait, and you wonder Will she still beat the drum and bring the thunder? พูดชักจูงให้คนอื่นเชื่อ ปลุกเร้าความสนใจ พละกำลัง Will she still be the star and see me through? Because I can't steer my heart clear of youและคุณรอคอยและสงสัยว่าเรือจะยังคงปลุกเร้าความสนใจและนำพละกำลังอยู่ไหม?เรือจะยังคงเป็นผู้นำทางและพาผมผ่านพ้นอุปสรรคได้ไหม?เพราะว่าผมไม่สามารถขับเคลื่อนหัวใจจากคุณได้เลย (ผมอดคิดถึงคุณไม่ได้ No I can't steer my heart clear of you It's the way it's been, ever since you sailed Out of a storm and into view, and should I drift away The compass holds the clue, you control the weather And I can't steer my heart clear of youไม่ได้ ผมไม่สามารถขับเคลื่อนหัวใจจากคุณได้เลย (ผมอดคิดถึงคุณไม่ได้มันเป็นเช่นนี้มานานแล้ว ตั้งแต่คุณออกเดินทางโดยเรือเมื่อไม่มีพายุและสามารถมองเห็นทาง และผมควรจะล่องลอยไปตามยถากรรมไหม?เข็มทิศบอกทิศทาง คุณควบคุมอากาศและผมไม่สามารถขับเคลื่อนหัวใจจากคุณได้เลย (ผมอดคิดถึงคุณไม่ได้Make me your penance, show me your innocence Everything is history, from the aching to the pleasure We enjoy the torture, the slow pain that it taught us Everything gets twisted, let me burn or bring me waterจงลงโทษผมที่ทำผิดต่อคุณ แสดงให้ผมเห็นความบริสุทธิ์ของคุณทุกอย่างเป็นประวิติศาสตร์ ตั้งแต่เรื่องความเจ็บปวดถึงเรื่องความหรรษาเราชื่นชมกับความทุกข์ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นช้าๆที่มันสอนเราทุกอย่างมันกลับตาละปัด ขอให้ผมถูกเผา หรือไม่ก็ขอน้ำผมหน่อยเถอะNo I can't steer my heart clear of you It's the way it's been, ever since you sailed Out of a storm and into view, and should I drift away The compass holds the clue, you control the weather And I can't steer my heart clear of you You control the weather, and I can't steer my heart clear of youไม่ได้ ผมไม่สามารถขับเคลื่อนหัวใจจากคุณได้เลย (ผมอดคิดถึงคุณไม่ได้มันเป็นเช่นนี้มานานแล้ว ตั้งแต่คุณออกเดินทางโดยเรือเมื่อไม่มีพายุและสามารถมองเห็นทาง และผมควรจะล่องลอยไปตามยถากรรมไหม?เข็มทิศบอกทิศทาง คุณควบคุมอากาศและผมไม่สามารถขับเคลื่อนหัวใจจากคุณได้เลย (ผมอดคิดถึงคุณไม่ได้คุณควบคุมอากาศ และผมไม่สามารถขับเคลื่อนหัวใจจากคุณได้เลย (ผมอดคิดถึงคุณไม่ได้ Vocabulary Itemsabandon (v) = ละทิ้ง ทอดทิ้งaching (n) = ความเจ็บปวดbreak down (v) = ทำลายลงburn (v) = เผาไหม้chance (n) = โอกาสcompass (n) = เข็มทิศcontrol (v) = ควบคุมdrift away (v) = ล่องลอยไปตามยะถากรรมenjoy (v) = ชื่นชมยินดีinnocence (n) = ความบริสุทธิ์ ความไร้เดียงสาinto view = มองเห็นทางpain (n) = ความเจ็บปวดpeace (n) = ความสงบ สันติpenance (n) = คำขอโทษ คำสารภาพผิดpleasure (n) = ความหรรษาreckless (adj) = รู้สึกกระวนกระวายใจsail (v) = แล่นเรือspirits willing (n) = กำลังใจsteer (v) = บังคับพวงมาลัยเรือรถtorture (n) = ความเจ็บปวด ความทุกข์ ปัญหาที่สำคัญunderstanding (n) = ความเข้าใจweather (n) = อากาศwonder (v) = สงสัยExpressionsbe the star = สิ่งนำทาง ผู้นำทางbeat the drum = พูดชักจูงให้คนอื่นเชื่อ ปลุกเร้าความสนใจbring the thunder = นำพละกำลัง นำความแข็งแกร่งมาcan stand it = สามารถอดทนได้cold front (n) = ก้อนน้ำแข็งด้านหน้าเรือ ปัญหาและอุปสรรคEverything gets twisted. = ทุกอย่างกลับตาละปัดhold the clue = บอกทิศทาง บอกแนวทางI can't steer my heart clear of you. = ผมไม่สามารถขับเคลื่อนหัวใจจากคุณได้เลยผมอดคิดถึงคุณไม่ได้It's the way it's been. = มันเป็นอย่างนี้มานานแล้วout of a storm = ไม่มีพายุrough sea = ทะเลที่บ้าคลั่ง ปัญหาอุปสรรคsee someone through = ดูแลให้ผ่านพ้นอุปสรรคTake me for granted = เข้าใจผมเอาเอง ไม่ต้องสนใจผมมาก
9 พฤษภาคม 2563     |      199
How Deep Is Your Love
How Deep Is Your LoveความรักของคุณลึกเพียงใดBEE GEESแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์I know your eyes in the morning sun I feel you touch me in the pouring rain And the moment that you wander far from me I wanna feel you in my arms again And you come to me on a summer breeze Keep me warm in your love and then softly leave And it's me you need to showผมรู้จักดวงตาของคุณจากแสงอาทิตย์ในตอนเช้า            ผมรู้สึกว่าคุณสัมผัสผมในตอนที่ฝนตกหนัก            และในนาทีที่คุณเดินทางจากผมไปไกล            ผมต้องการที่จะมีความรู้สึกว่าคุณอยู่ในอ้อมกอดผมอีกสักครั้ง            และคุณมาหาผมในสายลมเย็นของฤดูร้อน            ทำให้ผมอบอุ่นกับความรักของคุณและจากไปอย่างแผ่วเบา            และผมคือคนที่คุณต้องการแสดงให้เห็นเช่นนั้น[1] How deep is your love I really need to learn 'cause we're living in a world of fools Breaking us down When they all should let us be We belong to you and me I believe in youความรักของคุณลึกเพียงใด            ผมจำเป็นจริงๆที่จะต้องเรียนรู้            เพราะว่าเราอาศัยอยู่ในโลกของคนเขลา            ที่ทำให้เราแตกสะลาย            เมื่อเขาทั้งหลายควรจะปล่อยให้เราเป็น            เราเป็นของคุณและของผม            ผมเชื่อคุณYou know the door to my very soul You're the light in my deepest darkest hour You're my savior when I fall And you may not think I care for you When you know down inside That I really do And it's me you need to showผมรู้ทางที่จะเข้าไปในจิตใจที่แท้จริงของผม            คุณคือแสงสว่างในช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุดและลึกที่สุดของผม (ช่วงเวลาที่มีปัญหามาก            คุณคือผู้ช่วยชีวิตผมไว้เมื่อผมล้มลง            และคุณอาจจะไม่ได้คิดว่าผมห่วงใยคุณ            เมื่อคุณรู้ว่าภายในใจผม            ผมห่วงใยคุณจริงๆ            และมันคือผมที่คุณจำเป็นต้องแสดงออกให้รู้[1]Vocabulary Itemsbelieve in (v) = เชื่อในbelong (v) = เป็นของ เป็นสมบัติของBreak us down (v) = ทำให้เราแตกแยกcare for (v) = สนใจใยดี deepest darkest hour (n) = ช่วงเวลาที่มืนมน ช่วงเวลาที่มีปัญหามากdown inside (prep) = ภายในจิตใจfool (n) = คนโง่ คนเขลาmorning sun (n) = แสงอาทิตย์ยามเช้าpouring rain (n) = ฝนที่ตกหนักsavior (n) = ผู้ช่วยชีวิต พระผู้เป็นเจ้าsummer breeze (n) = สายลมเย็นของฤดูร้อนwander far (v) = พเนจรไปไกลwanna (v) = want to
9 พฤษภาคม 2563     |      384
How Can I Tell Her about You
How Can I Tell Her about You (ผมจะบอกเธอเกี่ยวกับคุณได้อย่างไรLoboแปลโดย รศ.ดร. สุพัฒน์  สุกมลสันต์She knows when I'm lonesome, she cries when I'm sad She's up in the good times, she's down in the bad Whenever I'm discouraged, she knows just what to do But girl she doesn't know about you.หล่อนรู้ว่าเมื่อไหร่ผมรู้สึกเหงา หล่อนร้องไห้เมื่อผมเศร้า            หล่อนอารมณ์ดีเมื่อมีความสุข หล่อนอารมณ์เศร้าเมื่อมีความทุกข์            เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมท้อแท้ หล่อนรู้เลยว่าจะทำอย่างไร            แต่ว่า หญิงสาวเอ๋ย หล่อนไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับคุณเลยI can tell her my troubles, she makes them all seem right I can make up excuses not to hold her at night We can talk of tomorrow, I'll tell her things that I want to do But girl how can I tell her about you.            ผมสามารถบอกเธอเรื่องปัญหาต่างของผม หล่อนก็ทำให้ปัญหาเหล่านั้นดูคลี่คลายได้            ผมสามารถหาข้อแก้ตัวที่จะไม่โอบกอดเธอในตอนกลางคืนได้            เราสามารถที่พูดคุยกันเรื่องอนาคตได้ ผมจะบอกเธอว่าว่าผมต้องการทำอะไร            แต่ว่า หญิงสาวเอ๋ย ผมจะบอกเธอเรื่องเกี่ยวกับคุณได้อย่างไรHow can I tell her about you Girl please tell me what to do Everything seems right whenever I'm with you So girl won't you tell me how to tell her about you.            ผมจะบอกเธอเรื่องเกี่ยวกับคุณได้อย่างไรหญิงสาวเอ๋ย โปรดบอกผมหน่อยว่าจะทำอย่างไรทุกอย่างดูเหมือนว่าดีไปหมดเมื่อหร่ก็ตามที่ผมอยู่กับคุณดังนั้น หญิงสาวเอ๋ย คุณจะไม่บอกผมหรือว่า ผมจะบอกเธอเรื่องเกี่ยวกับคุณอย่างไรHow can I tell her I don't miss her whenever I'm away How can I say it's you I think of every single night and day But when is it easy telling someone we're through But girl help me tell her about you.            ผมจะบอกเธออย่างไรว่า ผมจะไม่คิดถึงเธอเมื่อผมจากเธอไป            ผมจะพูดว่าอย่างไรว่าคุณคือคนที่ผมคิดถึงอยู่ทุกวันและคืน            แต่ว่าเมื่อมันเป็นการง่ายที่จะบอกใครอื่นว่าเราจบสิ้นกันแล้ว            แต่ว่า หญิงสาวเอ๋ย ช่วยผมหน่อยในการบอกเธอเกี่ยวกับคุณVocabulary Itemsabout (prep) = เกี่ยวกับevery single night and day = ทุกวันและคืนeverything seems right. = ทุกอย่างดูเหมือนว่าถูกต้องexcuse (n) = ข้อแก้ตัว การขอโทษhold (v) = กอดรัดlonesome (adj) = รู้สึกเหงา รู้สึกโดดเดี่ยวmake up (v) = กุเรื่องขึ้นมา โกหก ทำชดเชย miss (v) = คิดถึงthink of (v) = คิดถึงto be discouraged = รู้สึกท้อแท้to be down = อารมณ์เศร้าto be through = เลิกลากันแล้ว ตัดขาดจากกันแล้วto be up = อารมณ์ดีtrouble (n) = ปัญหา อุปสรรคwhenever (conj) = เมื่อไหรก็ตาม
9 พฤษภาคม 2563     |      1604
Honky Tonk Man
Honky Tonk Manคนทำงานในบาร์ชั้นต่ำJohnny Hortonแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์[1] I'm a honky tonk man and I can't seem to stop I love to give the girls a whirl to the music of an old jukebox But when my money's all gone, I'm on the telephone Callin' hey, hey, mama can your daddy come home?ผมเป็นคนในบาร์ชั้นต่ำ และผมดูเหมือนว่าไม่สามารถที่จะหยุดทำได้            ผมชอบเต้นรำกับผู้หญิงไปตามเพลงที่เปิดจากตู้เพลงเก่า            และเมื่อเงินผมหมด ผมก็โทรศัพท์            ว่า นี่ นี่ แม่ ให้พ่อของคุณกลับบ้านได้ไหม?I'm living fast and dangerously But I've got plenty of company When the moon comes up and the sun goes down That's when I want to see the lights of townชีวิตผมดำเนินไปรวดเร็วและเสี่ยงอันตราย            แต่ผมมีเพื่อนมาก            เมื่อดวงจันทร์ขึ้นและดวงอาทิตย์ตก            นั่นคือเวลาที่ผมต้องการเห็นแสงสีในเมือง[1] x 2It takes a pretty little gal and a jug of wine That's what it takes to make a honky tonk mind With the jukebox a moanin' a honky tonk sound That's when I wanna lay my money down            มันต้องมีหญิงสาวน่ารักตัวเล็กๆคนหนึ่งและไวน์อีกเหยือกหนึ่ง            นั่นคือสิ่งที่อยู่ในใจของผู้ชายในบาร์ชั้นต่ำพร้อมกับตู้เพลงที่ส่งเสียงดังของเสียงดนตรีพื้นบ้านนั่นคือเวลาที่ผมต้องเสียเงิน[1]Vocabulary Itemsa jug of wine = เหล้าเหยือกหนึ่งcompany (n) = เพื่อนฝูงdangerously (adv) = อย่างเสี่ยงอันตรายfast (adv) = อย่างรวดเร็วgal (n) = หญิงสาวhas all gone (v) = หมดเกลี้ยงhonky tonk man (n) = ผู้ชายที่ทำงานในบาร์ชั้นต่ำjukebox (n) = ตู้เพลงmoan (v) = เสียงร้องคร่ำครวญplenty of (n) = จำนวนมากpretty (adj) = น่ารักwhirl (n) = การเต้นรำที่มีจังหวะการหมุนตัวหมายเหตุA honky-tonk (also called a honkatonk, honkey-tonk, or tonk)honky tonk man, n = a man working in a cheap, noisy barhonky tonk , n = a cheap nightclub or dance hall that often features country music, a type of lively music usually performed on a piano, a type of country music with a heavy beathonky tonk , n = A loud, rowdy bar that plays 'honky tonk' country music. Typically full of drunken hillbillies having a good ole' time. To go out 'honky tonkin' is to go out on the town to honky tonk bars and get drunk.honky tonk n., adj., v. -tonked, -tonking. -- a cheap, noisy, garish nightclub or dance hall.adj.-- of or characteristic of a honky-tonk.-- characterized by honky-tonks: the honky-tonk part of town.-- of or pertaining to ragtime music played on a tinny-sounding upright piano.v.i. -- to visit honky-tonks.-- Also, honky-tonkyHonky tonk = เป็นบาร์ชั้นต่ำที่ขายเหล้าให้กับกรรมการขี้เหล้าในทางตะวันตกของอเมริกาในยุคศตวรรตที่ 20 แถวรัฐ OklahomaIndiana and Texas โดยมากจะบรรเลงเพลงพื้นเมืองด้วยเปียร์โน หรือเครื่องเคาะจังหวะที่เสียงดังมาก และมักเป็นที่มั่วสุมของหญิงโสเภณีคำว่า  Honky tonk มาจากไหมไม่มีใครรู้แน่ แต่สัณนิฐานว่ามาจากส่วนหนึ่งของคำว่า William Tonk & Bros. ซึ่งเป็นชื่อของยี่ห้อเปียร์โนที่นิยมใช้ในบาร์ชั้นต่ำในขณะนั้น หรือมาจากเสียงของแตรรถยนต์ (honk) เวลาที่คนอเมริกันผิวขาวไปตะเวณหาหญิงโสเภณีเชื้อสาย African-American เพื่อดึงดูดความสนใจของหญิงพวกนี้ หรือมาจากคำที่ใช้เรียกรถยนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้กันในยุคปี 1875 ว่า honky-tonk หรือ honkies ตามเสียงแตรรถ หรือมาจากคำที่ใช้เรียกคน Hungarian, Bohemian และ Polish ที่อบพยพเข้ามาทำงานในโรงงานที่อเมริกาว่าในยุค 1900’s ว่า hunky และ bohunk แล้วเพี้ยนมาเป็น honkie
9 พฤษภาคม 2563     |      3230
Help Me Make It Through the Night
Help Me Make It Through the Night (จงช่วยผมให้ผ่านพ้นคืนนี้ด้วย Engelbert Humperdinck แปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Take the ribbon from your hair Shake it loose, let it fall Lay it soft against my skin Like the shadow on the wallเอาริบบิ้นจากผมของคุณ            สลัดให้มันหลวมๆ ปล่อยให้มันหล่นลง            วางมันลงเบาๆที่ผิวหนังของผม            เหมือนดั่งเช่นเงาที่อยู่บนกำแพงCome and lay down by my side Till the early morning light All I'm taking is your time Help me make it through the nightมานี่ซิและนอนลงข้างๆผม            จนกระทั่งถึงรุ่งอรุณตอนเช้า            สิ่งที่ผมขอจากคุณทั้งหมดคือเวลา            จงช่วยผมให้ผ่านพ้นคืนนี้ด้วยI don't care what's right or wrong I won't try to understand Let the devil take tomorrow 'Cause tonight I need a friendผมไม่สนใจหรอกว่าอะไรผิดหรือถูก            ผมไม่พยายามที่จะเข้าใจ            ขอให้ปีศาจเอาวันพรุ่งนี้ไป (ขอให้สิ่งชั่วร้ายเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้เถอะเพราะว่าคืนนี้ผมต้องการเพื่อนสักคนหนึ่งYesterday is dead and gone And tomorrow's out of sight And it's sad to be aloneเมื่อวานนี้เป็นอดีต และผ่านไปแล้ว            และพรุ่งนี้ยังมองไม่เห็น            และมันเศร้าที่อยู่เพียงคนเดียวHelp me make it through the night I don't care what's right or wrong I won't try to understand Let the devil take tomorrowจงช่วยผมให้ผ่านพ้นคืนนี้ด้วยผมไม่สนใจหรอกว่าอะไรผิดหรือถูก            ผมไม่พยายามที่จะเข้าใจ            ขอให้ปีศาจเอาวันพรุ่งนี้ไป (ขอให้สิ่งชั่วร้ายเกิดขึ้นวันพรุ่งนี้เถอะ'Cause tonight I need a friend Yesterday is dead and gone And tomorrow's out of sight And it's sad to be aloneเพราะว่าคืนนี้ผมต้องการเพื่อนสักคนหนึ่งเมื่อวานนี้เป็นอดีต และผ่านไปแล้ว            และพรุ่งนี้ยังมองไม่เห็น            และมันเศร้าที่อยู่เพียงคนเดียวHelp me make it through the night I don't want to be alone Help me make it through the nightจงช่วยผมให้ผ่านพ้นคืนนี้ด้วยผมไม่ต้องการอยู่เพียงคนเดียวจงช่วยผมให้ผ่านพ้นคืนนี้ด้วยVocabulary Itemsalone (adj) = อยู่ตามลำพังคนเดียวby my side (prep) = ข้างๆตัวผมdevil (n) = ปีศาจ ความชั่วร้ายlay (v) = วางลงlay down (v) = นอนลงlet it fall = ปล่อยให้มันหล่นลงmake it through (v) = ทำให้ผ่านตลอดout of sight (prep) = มองไม่เห็นribbon (n) = ริบบิ้นshake it loose = สลัดให้มันหลวมๆ
9 พฤษภาคม 2563     |      1454
He Ain't Heavy, He's My Brother
He Ain’t Heavy, He’s My Brother (เขาไม่หนัก เขาเป็นน้องชายของผมThe Holliesแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์The road is long With many a winding turn That leads us to who knows where Who knows when But I'm strong Strong enough to carry him He ain't heavy, he's my brotherถนนยาวมีโค้งวกวนมากมายซึ่งนำเราไปยังที่ใครจะรู้ว่าที่ไหนใครจะรู้ว่าเมื่อไหร่แต่ว่าผมแข็งแรงแข็งแรงพอที่จะแบกเขาได้เขาไม่หนัก เขาเป็นน้องชายของผมSo on we go His welfare is of my concern No burden is he to bear We'll get there For I know He would not encumber me He ain't heavy, he's my brotherดังนั้น เราจึงเดินทางต่อไปสวัสดิภาพของเขาเป็นสิ่งที่ผมคำนึงถึงเขาไม่ได้เป็นอุปสรรคที่ผมต้องทนเราจะไปถึงที่นั่นเนื่องจากผมรู้ว่าเขาจะไม่เป็นปัญหากับผมเขาไม่หนัก เขาเป็นน้องชายของผมIf I'm laden at all I'm laden with sadness That everyone's heart Isn't filled with the gladness Of love for one anotherถ้าผมรับน้ำหนักหรือมีปัญหาเพิ่มขึ้นผมคงแบกรับความเศร้าที่หัวใจของทุกๆคนไม่มีความยินดีในเรื่องความรักของกันและกันIt's a long, long road From which there is no return While we're on the way to there Why not shareมันเป็นถนนที่ยาวมากเป็นถนนที่ไม่มีทางเลี้ยวกลับขณะที่เราอยู่บนถนนที่จะไปยังจุดหมายนั่นทำไมเราไม่แบ่งปันช่วยเหลือกันล่ะ?And the load Doesn't weigh me down at all He ain't heavy, he's my brotherและภาระไม่ได้ทำให้น้ำหนักผมมีเพิ่มขึ้นเลยเขาไม่หนัก เขาเป็นน้องชายของผมHe's my brother He ain't heavy, he's my brother...เขาเป็นน้องชายของผมเขาไม่หนัก เขาเป็นน้องชายของผมVocabulary Items‘cause (conj) = becauseencumber (v) = ก่อให้เกิดปัญหา หรือภาระกับคนอื่นforget (v) = ลืมguess (v) = เดา คาดการณ์leave (v) = จากไป ละทิ้งไปload (n) = ภาระ น้ำหนักmine (pron) = my loveregret (v) = ความโศกเศร้า ความเสียใจsure (adj) = แน่ใจExpressionsThey say…= เขาลือกันว่าI just can’t let you walk away. = ผมเพียงแต่ไม่สามารถปล่อยให้คุณเดินจากไปได้Am I that easy to forget? = ผมเป็นคนที่ถูกลืมได้ง่ายๆเลยหรือNoteคำว่า ain't ปรากฎตัวขึ้นครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 16ในขณะนั้น ain't ถือเป็นตัวย่อของ am not เพียงตัวเดียว (และเป็นการย่อที่ถูกหลัก grammar ในสมัยนั้นด้วยนะครับ)วันเวลาผ่านไป...จนกระทั่งมาถึงยุคต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19ain't ก็เริ่มถูกนำมาใช้เป็นตัวย่อของ is not, are not, do not, does not, did not, has not, have not บ้าง (จากเดิมที่เคยใช้เป็นแค่ตัวย่อของ am not เพียงตัวเดียว)ปัจจุบันain't เป็นตัวย่อของam not, is not, are not, do not, does not, did not, has not, have notซึ่งคำทั้งหมดนี้แปลว่าไม่"ทั้งสิ้นและเนื่องจาก ain't แทนคำอื่นได้มากเกินไป แทนที่จะย่อแค่ am not เพียงตัวเดียวเหมือนในอดีต...ทำให้ ain't ถูกลงโทษให้กลายเป็นคำที่ผิดหลัก grammar ของภาษาอังกฤษใช้พูดใช้เขียนแบบไม่เป็นทางการได้ แต่ไม่สามารถใช้พูดใช้เขียนแบบเป็นทางการได้อีกต่อไปนี้คือตัวอย่างการใช้ ain't ในประโยคต่างๆI ain't got no money. ผมไม่มีตังค์ (ในประโยคนี้ ain't = have not)He ain't wrong. เขาไม่ผิด (ในประโยคนี้ ain't = is not)Betty ain't go to school. เบ็ตตี้ไม่ไปโรงเรียน (ในประโยคนี้ ain't = does not)GrammarSimple Present Tenseปัจจุบันกาลอย่างง่าย เพื่อใช้บ่งบอกว่า เหตุการณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นปกติวิสัยในขณะที่พูด หรือเกิดขึ้นบ่อยๆเป็นประจำ เช่นI just can’t let you walk away.You want his love much more than mineI don't want no one but you.Present Perfect Tenseปัจจุบันกาลสมบูรณ์ เพื่อใช้บ่งบอกว่า เหตุการณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้ดำเนินติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน และอาจเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตได้ด้วย เช่นWe have never met. เราไม่เคยพบกันมาก่อนเลยSimple Future Tenseอนาคตกาลอย่างง่าย เพื่อบ่งบอกว่าเหตุการณ์บางอย่างจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่นI will just say…That will not stop my loving you. Subjunctive Moodปริกัลบมาลาคือประโยคที่แสดงความต้องการ ความปรารถนา แนะนำ ตักเตือน เชิญชวน ขอร้อง หรือแสดงเงื่อนไขสมมติ ที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงโครงสร้างประโยคCould/would/might/should + simple verb in Present TenseCould/would/might/should + have + p.p. (past participle) verb in Past Tense เช่นGuess I could find somebody, too.เดาซิว่า ผมก็สามารถหาคนรักใหม่ได้เช่นกันแต่ผมไม่ทำHow could you leave without regret. คุณจากผมไปโดยไม่โศกเศร้าเสียใจได้อย่างไร?แต่คุณควรจะเสียใจ
8 พฤษภาคม 2563     |      1640
ทั้งหมด 42 หน้า