Have I Told You Lately
Have I Told You Lately (ผมบอกคุณเมื่อไม่นานมานี้แล้วใช่ไหมRod Stewartแปลโดย รศ. ดรสุพัฒน์  สุกมลสันต์[1] Have I told you lately that I love you Have I told you there's no one else above you Fill my heart with gladness take away all my sadness ease my troubles that's what you doผมบอกคุณเมื่อไม่นานมานี้แล้วใช่ไหมว่าผมรักคุณ            ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าไม่มีใครอีกนอกจากคุณ            เติมเต็มหัวใจผมด้วยความยินดี            นำความเศร้าหมองทั้งหลายออกไป            ทำปัญหาผมให้มีน้อยลง นั่นคือสิ่งที่คุณทำFor the morning sun in all it's glory greets the day with hope and comfort too You fill my life with laughter and somehow you make it better ease my troubles that's what you do เนื่องจากดวงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณเต็มไปด้วยความรุ่งโรจน์            จงทักทายวันเวลาด้วยความหวังและความสุขกายด้วยเช่นกัน            คุณเติมเต็มชีวิตของผมด้วยเสียงหัวเราะ            และคุณมีวิธีทำเรื่องนี้ได้ดีกว่าคนอื่น    ทำปัญหาผมให้มีน้อยลง นั่นคือสิ่งที่คุณทำ[2] There's a love that's divine (extremely pleasant or delightful) and it's yours and it's mine like the sun And at the end of the day we should give thanks and pray to the one, to the oneมีความรัก นั่นคือความสุขล้น            และมันเป็นความสุขของคุณและของผม ดุจดั่งดวงตะวัน            และตอนสิ้นสุดของวัน            เราควรจะขอบคุณและสวดมนต์            ให้แก่กันและกัน[1] x 2[2][3] Take away all my sadness fill my life with gladness ease my troubles that's what you do             นำความเศร้าหมองทั้งหลายออกไป            เติมเต็มหัวใจผมด้วยความยินดี            ทำปัญหาผมให้มีน้อยลง นั่นคือสิ่งที่คุณทำ[3]Vocabulary itemsat the end of the day = ยามกลางคืน เมื่อสิ้นอายุไขลงcomfort (v, n) = ปลอบโยน ความสุขกายdivine (n) = ความสุขล้นease (v) = ทำให้มีน้อยลง บรรเทาfill with (v) = เติมเต็ม เติมด้วยgladness (n) = ความยินดีglory (n) = ความรุ่งโรจน์greet (v) = ทักทายlately (adv) = เมื่อไม่นานมานี้laughter (n) = เสียงหัวเราะpray (v) = สวดมนต์ภาวนาsadness (n) = ความเศร้าtake away (v) = นำออกไป เอาออกไปThere's no one else above you. = ไม่มีใครอีกนอกจากคุณtrouble (n) = ปัญหา
8 พฤษภาคม 2563     |      2432
Handy Man
Handy Man (คนใช้ง่ายJames Taylorแปลโดย รศ. ดรสุพัฒน์  สุกมลสันต์Hey girls, gather round, listen to what I'm putting down. Hey babe, I'm your handy man. I'm not the kind to use a pencil or rule, I'm handy with love and I'm no fool, I fix broken hearts, I know that I truly can.สวัสดีเด็กหญิง ล้อมวงเข้ามา จงฟังสิ่งที่ผมจะพูดสวัสดีหญิงสาว ผมเป็นผู้ชายใช้ง่ายของคุณผมไม่ใช่คนที่ใช้ดินสอ หรือกฎเกณฑ์ ผมเป็นคนง่ายๆกับความรักและผมไม่ใช่คนโง่ผมซ่อมหัวใจที่แตกสะลาย และผมรู้ว่าผมสามารถทำได้จริงๆIf your broken heart should need repair, then I'm the man to see. I whisper sweet things, you tell all your friends, they'll come running to me.ถ้าหัวใจที่แตกสะลายของคุณต้องการรับการซ่อมแซม ละก็ ผมคือคนที่คุณต้องเรียกใช้ผมกระซิบคำหวานๆได้ คุณบอกเพื่อนทั้งหมดของคุณได้ พวกเขาจะวิ่งมาหาผมHere is the main thing I want to say, I'm busy 24 hours a day. I fix broken hearts, I know that I truly can. Comma, comma, comma, com, com, yeah, yeah, yeah. Comma, comma, comma, com, com, yeah, yeah, yeah, they'll come running to me.นี่คือสิ่งสำคัญที่ผมต้องการพูด ผมยุ่งวันละ 24 ชั่วโมงผมซ่อมหัวใจที่แตกสะลาย และผมรู้ว่าผมสามารถทำได้จริงๆเชิญเลย เชิญเลย เชิญเลย เชิญ เชิญ มาเลย มาเลย มาเลยเชิญเลย เชิญเลย เชิญเลย เชิญ เชิญ มาเลย มาเลย มาเลย พวกเขาจะวิ่งมาหาผมHere is the main thing I want to say, I'm busy 24 hours a day. I fix broken hearts, I know that I truly can. Comma, comma, comma, com, com, yeah, yeah, yeah. Comma, comma, comma, com, com, yeah, yeah, yeah.นี่คือสิ่งสำคัญที่ผมต้องการพูด ผมยุ่งวันละ 24 ชั่วโมงผมซ่อมหัวใจที่แตกสะลาย และผมรู้ว่าผมสามารถทำได้จริงๆเชิญเลย เชิญเลย เชิญเลย เชิญ เชิญ มาเลย มาเลย มาเลยเชิญเลย เชิญเลย เชิญเลย เชิญ เชิญ มาเลย มาเลย มาเลยVocabulary Itemsbroken heart (n) = หัวใจที่แตกสะลายcomma (v) = come on เชิญเลยfool (n) = คนโง่gather round (v) = ล้อมวงเข้ามาhandy (adj) = เหมาะมือ ใช้ได้สะดวกput down (v) = นำเสนอ นำเด็กเล็กลงเปลนอน ฆ่าสัตว์ที่บาดเจ็บหรือแก่มากให้ตายrepair (v) = ซ่อมแซมwhisper (v) = กระซิบExpressionsI'm your handy man. = ผมเป็นผู้ชายใช้ง่ายของคุณI'm handy with love. = ผมเป็นคนไม่เรื่องมากสำหรับความรักI fix broken hearts = ผมซ่อมแซมหัวใจที่แตกหักได้GrammarSimple Present Tenseปัจจุบันกาลธรรมดา เพื่อใช้บ่งบอกว่า เหตุการณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นปกติวิสัยในขณะที่พูด หรือเกิดขึ้นบ่อยๆเป็นประจำ เช่นI'm not the kind to use a pencil or ruleI know that I truly can.I'm busy 24 hours a day.Subjunctive Moodปริกัลบมาลาคือประโยคที่แสดงความต้องการ ความปรารถนา แนะนำ ตักเตือน เชิญชวน ขอร้อง หรือแสดงเงื่อนไขสมมติ ที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงโครงสร้างประโยคCould/would/might/should + simple verb in Present TenseCould/would/might/should + have + p.p. (past participle) verb in Past Tense เช่นIf your broken heart should need repair, then I'm the man to see. ถ้าหัวใจที่แตกสะลายของคุณต้องการรับการซ่อมแซม ละก็ ผมคือคนที่คุณต้องเรียกใช้
8 พฤษภาคม 2563     |      636
Green Green Grass of Home
Green Green Grass of Home (หญ้าสีเขียวขจีของบ้านTom Jonesแปลโดย รศ. ดรสุพัฒน์  สุกมลสันต์The old hometown looks the same As I step down from the train And there to meet me is my Mama and Papaบ้านเกิดเก่ายังดูเหมือนเดิมขณะที่ผมก้าวเท้าลงจากรถไฟและที่นั้นผู้ที่จะพบผมคือแม่และพ่อของผมDown the road I look and there runs Mary Hair of gold and lips like cherries It's good to touch the green, green grass of homeผมมองไปตามถนนและพบว่าแมรี่วิ่งมาผมสีทองและริมฝีปากสีเหมือนผลเชอรรี่มันเป็นการดีที่ได้สัมผัสหญ้าที่สีเขียวขจีของบ้านYes, they'll all come to meet me Arms reaching, smiling sweetly It's good to touch the green, green grass of homeใช่แล้ว พวกเขาทั้งหมดมาพบผมอ้าแขนต้อนรับ ยิ้มอย่างอ่อนหวานมันเป็นการดีที่ได้สัมผัสหญ้าที่สีเขียวขจีของบ้านThe old house is still standing Though the paint is cracked and dry And there's that old oak tree that I used to play onบ้านหลังเก่ายังคงตั้งอยู่เหมือนเดิมแม้ว่าสีมันร่อนและแห้งและตรงนั้นคือต้นโอ๊คเก่าที่ผมเคยปีนป่ายเล่นDown the lane I walk with my sweet Mary Hair of gold and lips like cherries It's good to touch the green, green grass of homeตรอกลาดลงเนินผมเคยเดินกับแมรี่ที่รักของผมผมสีทองและริมฝีปากสีเหมือนผลเชอรรี่มันเป็นการดีที่ได้สัมผัสหญ้าที่สีเขียวขจีของบ้านThen I awake and look around me At four gray walls that surround me And I realize, yes, I was only dreamingแล้วผมก็ตื่นและมองไปรอบๆตัวที่ผนังสีเทาสี่ด้านซึ่งอยู่ล้อมรอบผมและผมก็นึกขึ้นได้ ใช่แล้ว ผมเพียงแต่ฝันไปFor there's a guard and there's a sad old padre Arm and arm we'll walk at daybreak Again I'll touch the green, green grass of homeเนื่องจากมียามคนหนึ่งและก็มีนักบวชชราหน้าเศร้ารูปหนึ่งสอดคล้องแขนเราจะเดินไปด้วยกันตอนรุ่งเช้าอีกครั้งหนึ่ง ผมจะสัมผัสหญ้าที่สีเขียวขจีของบ้านYes, they'll all come to see me In the shade of that old oak tree As they lay me 'neath the green, green grass of homeใช่แล้ว พวกเขาทั้งหมดจะมาพบผมใต้ร่มของต้นโอ๊คต้นเก่านั้นในขณะที่เขาวางผมลงใต้หญ้าสีเขียวขจีของบ้านVocabulary Itemsawake (v) = ตื่นขึ้นbeneath (prep) = ข้างใต้crack (v) = ร่อน กะเทาะ แยกออก แกะออกdaybreak (n) = รุ่งอรุณgray (adj) = สีเทาguard (n) = ยามhome town (n) = บ้านเกิดlay (v) = วางลงlook around (v) = มองไปรอบๆpadre (n) = นักบวช บาทหลวง หลวงพ่อ อนุศาสก อนุศาสดาจารย์play on (v) = เล่น ปีนป่ายreach (v) = เอื้อมมือrealize (v) = นึกขึ้นได้ ตระหนักรู้ รู้สึกตัวshade (n) = ร่มเงาstand (v) = ตั้งอยู่step (v) = ก้าวเท้าsurround (v) = อยู่รอบๆsweetly (adv) = อย่างอ่อนหวานtouch (v) = สัมผัสExpressionsLooks the sameDown the laneDown the roadHair of gold and lips like cherriesI was only dreamingAt daybreakSmiling sweetlyGrammarSimple Present Tenseปัจจุบันกาลธรรมดา เพื่อบ่งบอกสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันในขณะที่พูดเป็นปกติวิสัย เช่นDown the lane, I walk with my sweet Mary.Then I awake and look around me.Present Progressive (Continuous) Tenseปัจจุบันกาลกำลังดำเนินอยู่ เพื่อบ่งบอกเหตุการณ์ หรือการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะที่พูดถึง เช่นThe old house is still standing.   3. Past Progressive (Continuous) Tenseอดีตกาลกำลังดำเนินอยู่ เพื่อบ่งบอกเหตุการณ์ หรือการกระทำที่เกิดขึ้นและกำลังดำเนินอยู่ขณะหนึ่งในอดีต เช่นI was only dreaming.   4. Simple Future Tense (อนาคตกาลธรรมดา) เพื่อบ่งบอกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นและสิ้นสุดในอนาคต เช่นThey will all come to see me.I will touch the green, green grass of home.Arm and arm we will walk at daybreak.
8 พฤษภาคม 2563     |      2682
For Sentimental Reasons
(I Love You) For Sentimental Reasonsผมรักคุณเพราะเหตุผลทางอารมณ์Nat King Cole แปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์I love you for sentimental reasons I hope you do believe me I'll give you my heartผมรักคุณเพราะเหตุผลทางอารมณ์ผมหวังว่าคุณจะเชื่อผมจริงๆว่าผมจะให้หัวใจแก่คุณI love you and you alone were meant for me Please give your loving heart to me And say we'll never partผมรักคุณและคุณเท่านั้นที่มีความหมายสำหรับผมโปรดให้หัวใจที่น่ารักของคุณแก่ผมและพูดว่าเราจะไม่พรากจากกันI think of you every morning Dream of you every night Darling, I'm never lonely Whenever you are in sightผมคิดถึงคุณทุกๆเช้าฝันถึงคุณทุกๆคืนที่รัก ผมไม่เคยรู้สึกเปล่าเปลี่ยวเมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นคุณI love you for sentimental reasons I hope you do believe me I've given you my heartผมรักคุณเพราะเหตุผลทางอารมณ์ผมหวังว่าคุณจะเชื่อผมจริงๆว่าผมจะให้หัวใจแก่คุณI love you for sentimental reasons I hope you do believe me I've given you my heartผมรักคุณเพราะเหตุผลทางอารมณ์ผมหวังว่าคุณจะเชื่อผมจริงๆว่าผมจะให้หัวใจแก่คุณVocabulary Itemsalone (adv) = เท่านั้นdo believe me = เชื่อผมจริงๆin sight = อยู่ในระยะมองเห็นlonely (adj) = รู้สึกเปล่าเปลี่ยวloving (adj) = น่ารักmean for (v) = มีความหมายต่อpart (v) = แยกจากกันreason (n) = เหตุผลsentimental (adj) = เกี่ยวกับอารมณ์ อารมณ์อ่อนไหวWhenever (adv) = เมื่อไหร่ก็ตาม
8 พฤษภาคม 2563     |      1078
First of May
First Of Mayวันที่ 1 พฤษภาคมThe Bee Geesแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์When I was small, and Christmas trees were tall, we used to love while others used to play. Don't ask me why, but time has passed us by, some one else moved in from far away.เมื่อตอนผมเป็นเล็ก และต้นคริสท์มาสมันสูงเราเคยรักกัน ขณะที่คนอื่นๆเคยเล่นอย่าถามผมนะว่าทำไม แต่ว่าเวลาได้ผ่านพ้นไปแล้วมีคนอื่นย้ายเข้ามาจากแดนไกล[1] Now we are tall, and Christmas trees are small, and you don't ask the time of day. But you and I, our love will never die, but guess we'll cry come first of May.ตอนนี้เราสูงขึ้น และต้นคริสต์มาสมันเตี้ยลงและคุณอย่าถามถึงเวลาที่ผ่านไปนะแต่ว่าคุณและผม ความรักของเราไม่เคยสูญหายไปแต่ลองเดาซิ เราจะร้องไห้เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม มาถึงThe apple tree that grew for you and me, I watched the apples falling one by one. And I recall the moment of them all, the day I kissed your cheek and you were mine.ต้นแอบเปิ้ลที่ปลูกไว้สำหรับคุณและผมผมมองดูลูกแอบเปิ้ลที่หล่นลงทีละลูกๆและนึกขึ้นมาได้ถึงตอนที่มันมีอยู่เต็มต้นวันที่ผมจูบแก้มคุณและคุณก็เป็นของผม[1] When I was small, and Christmas trees were tall, do do do do do do do do do... Don't ask me why, but time has passed us by, some one else moved in from far away.เมื่อตอนผมเป็นเล็ก และต้นคริสมาสต์มันสูงdo do do do do do do do do... อย่าถามผมนะว่าทำไม แต่ว่าเวลาได้ผ่านพ้นไปแล้วมีคนอื่นย้ายเข้ามาจากแดนไกลVocabulary Itemscheek (n) = แก้มfirst of may = วันแรงงาน วันแรกของฤดูใบไม้ผลิfrom far away (adv) = จากดินแดนไกลโพ้นguess (v) = เดาmove in (v) = ย้ายเข้ามาone by one (adv) = ทีละลูก ทีละคนpass by (v) = ผ่านพ้นไปrecall (v) = ระลึกถึงsmall (adj) = เล็กtall (adj) = สูงused to (v) = คุยwatch (v) = เฝ้าดู
8 พฤษภาคม 2563     |      272
Fire and Rain
Fire and Rain (ไฟและฝน)James Taylorแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Just yesterday morning, they let me know you were gone. Suzanne, the plans they made put an end to you. I walked out this morning and I wrote down this song, I just can't remember who to send it to. เมื่อวานตอนเช้านี่เอง พวกเขาบอกให้ผมรู้ว่าคุณได้หนีไปแล้ว            ซูซาน แผนการที่พวกเขาคิดขึ้นทำให้คุณจบสิ้นผมเดินหนีมาเมื่อเช้านี้ และเขียนเพลงนี้            แต่จำไม่ได้ว่าผมจะส่งจดหมายนี้ถึงใคร[1] I've seen fire and I've seen rain. I've seen sunny days that I thought would never end. I've seen lonely times when I could not find a friend, but I always thought that I'd see you again.            ผมเคยเห็นไฟและเคยเห็นฝน            ผมเคยเห็นวันที่มีแดดออกจ้าซึ่งผมคิดว่ามันคงจะมีแดดตลอดไปผมเคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกโดดเดี่ยวเมื่อไม่สามารถหาเพื่อนได้สักคน            แต่ผมคิดอยู่เสมอว่าผมคงจะพบคุณอีกWon't you look down upon me, Jesus, You've got to help me make a stand. You've just got to see me through another day. My body's aching and my time is at hand and I won't make it any other way.ท่านจะไม่ก้มลงมามองดูผมหรือพระผู้เป็นเจ้า ท่านจะต้องช่วยให้ผมมีที่มั่นนะ            ท่านจะต้องมองเห็นผมผ่านวันและเวลาอื่น            ร่างกายของผมกำลังเจ็บปวด และเวลาของผมกำลังจะสิ้นสุดแล้ว            และผมคงจะทำอะไรอื่นอีกไม่ได้[1]Been walking my mind to an easy time, my back turned towards the sun. Lord knows when the cold wind blows it'll turn your head around. Well, there's hours of time on the telephone line to talk about things to come. Sweet dreams and flying machines in pieces on the ground.กำลังคิดทบทวนถึงวันเวลาที่มีความสุข ผมหันหลังให้กับดวงอาทิตย์            พระผู้เป็นเจ้ารู้ว่า เมื่อลมหนาวพัดมา มันจะทำให้ท่านหันศีรษะมา            อ้า ….มีบางเวลาที่จะพูดทางโทรศัพท์เกี่ยวกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นฝันที่หวานและชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์ย้อนเวลาอยู่บนพื้น[1]Thought I'd see you one more time again. There's just a few things coming my way this time around, now. Thought I'd see you, thought I'd see you, fire and rain, now.คิดว่าผมคงจะพบคุณอีกสักครั้งหนึ่ง            มีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นกับผมครั้งนี้ และขณะนี้            คิดว่าผมคงจะได้พบคุณ คิดว่าผมคงจะได้พบคุณ ไฟและฝน ในขณะนี้Vocabulary Itemsbe at hand = อยู่ใกล้เอื้อมcome my way = เกิดขึ้นกับeasy time = วันเวลาที่มีความสุขflying machine (n) = เครื่องย้อนเวลาI've seen fire and I've seen rain. = ผมเคยผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน ผมเคยเห็นไฟและเคยเห็นฝนjust (adv) = เพียงแต่ เท่านั้นlonely (adj) = เปล่าเปลี่ยวlook down upon (v) = ก้มมองดูmake a stand (v) = มีจุดยืนput an end to (v) = ทำให้สิ้นสุดลงremember (v) = จดจำsunny (adj) = แดดจ้าwalk my mind (v) = คิดทบทวนwalk out (v) = ออกเดินทางwrite down (v) = เขียนลงสมุด
8 พฤษภาคม 2563     |      676
Ebb Tide
Ebb Tide (น้ำลงMatt Monroแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์First the tide rushes in Plants a kiss on the shore Then rolls out to sea And the sea is very still once moreครั้งแรกสายน้ำก็ถาโถมเข้ามาฝังรอยจูบที่ชายฝั่งแล้วก็ม้วนตัวไหลกลับสู่ทะเลและทะเลก็นิ่งสงบเงียบมากอีกครั้งหนึ่งSo I rush to your side Like the oncoming tide With one burning thought Will your arms open wideดังนั้นผมจึงรีบเร่งไปหาคุณเหมือนดั่งสายน้ำที่ถามโถมเข้ามาด้วยความคิดที่ที่เจิดจรัสว่าคุณจะอ้าแขนกว้าง(ยินดีต้อนรับผมAt last we're face to face And as we kiss through an embrace I can tell, I can feel You are love, you are real Really mine in the rain In the dark, in the sun...ในที่สุดเราก็เผชิญหน้ากันและเมื่อเราจุมพิตกันในอ้อมกอดผมสามารถบอกได้ ผมสามารถรู้สึกได้ว่าคุณคือความรัก คุณคือความจริงเป็นของผมจริงๆในสายฝนในความมืด ในที่แจ้งLike the tide at its ebb I'm at peace in the web of your arms...ดุจดั่งสายน้ำที่มันลงผมรู้สึกสงบในอ้อมกอดของคุณAt last we're face to face And as we kiss through an embrace I can tell, I can feel You are love, your are real Really mine in the rain In the dark, in the sun...ในที่สุดเราก็เผชิญหน้ากันและเมื่อเราจุมพิตกันในอ้อมกอดผมสามารถบอกได้ ผมสามารถรู้สึกได้ว่าคุณคือความรัก คุณคือความจริงเป็นของผมจริงๆในสายฝนในความมืด ในที่แจ้งLike the tide at its ebb I'm at peace in the web of your armsดุจดั่งสายน้ำที่มันลงผมรู้สึกสงบในอ้อมกอดของคุณ Vocabulary Itemsat peace (n) = รู้สึกสงบburning thought = ความคิดที่ที่เจิดจรัสebb (n) = น้ำลงembrace (n) = อ้อมกอดface to face (adv) = เผชิญหน้ากันin the web of your arms = ในอ้อมกอดของคุณoncoming tide (n) = สายน้ำที่ถามโถมเข้ามาplant a kiss (v) = ฝากรอยจูบroll out (v) = ม้วนตัวไหลออกไปrush (v) = วิ่งเข้าหา ไหลเข้าหาrush in (v) = ไหลถาโถมเข้ามาshore (n) = ฝั่งทะเล ฝั่งมหาสมุทรstill (adj) = นิ่งสงบtide (n) = กระแสน้ำ
8 พฤษภาคม 2563     |      357
Dust in the Wind
Dust In The Wind (ฝุ่นในสายลม Kansasแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์I close my eyes only for a moment, and the moment's gone All my dreams pass before my eyes, a curiosityผมหลับตาชั่วประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น และเวลานั้นก็ผ่านเลยไปความฝันทั้งหลายของผมผ่านไปต่อหน้าต่อตา เป็นความน่าสงสัยDust in the wind, all they are is dust in the windฝุ่นในสายลม ทั้งหมดนั้นคือฝุ่นในสายลมSame old song, just a drop of water in an endless sea All we do crumbles to the ground, though we refuse to seeเพลงเก่าเพลงเดิม ก็เหมือนดั่งหยดน้ำหยดหนึ่งในท้องทะเลที่มีมากมายทุกสิ่งที่เราทำแตกสะลายลงสู่พื้นดิน แม้ว่าเราจะปฎิเสธที่จะมองเห็นDust in the wind, all we are is dust in the windฝุ่นในสายลม เราทั้งหมดคือฝุ่นในสายลมNow, don't hang on, nothing lasts forever but the earth and sky It slips away, and all your money won't another minute buyตอนนี้ อย่าสงสัย ไม่มีอะไรจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ เว้นแต่พื้นดินและแผ่นฟ้ามันจะหลุดมือไป และเงินทั้งหมดของคุณจะใช้ซื้ออะไรอีกไม่ได้แล้วDust in the wind, all we are is dust in the wind (all we are is dust in the wind) Dust in the wind (everything is dust in the wind), everything is dust in the wind (the wind)ฝุ่นในสายลม เราทั้งหมดคือฝุ่นในสายลม (ฝุ่นในสายลม เราทั้งหมดคือฝุ่นในสายลมฝุ่นในสายลม (ทุกสิ่งทุกอย่างคือฝุ่นในสายลมทุกสิ่งทุกอย่างคือฝุ่นในสายลม ในสายลมVocabulary Itemsclose (v) = ปิดcuriosity (n) = ความน่าสงสัย ความอยากรู้อยากเห็นdust (n) = ฝุ่นผงwind (n) = ลมendless (adj) = ไม่สิ้นสุดcrumble (v) = ทำแตกสะลายrefuse (v) = จะปฎิเสธhang on (v) = ติดค้าง ยึดมั่นlast (v) = สิ้นสุดforever (adv) = ชั่วนิรันดร์slip away (v) = ลื่นไหล
8 พฤษภาคม 2563     |      1071
Donna Donna
Donna Donna (ลูกวัว ลูกวัว Joan Baez แปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์On a wagon bound for market There's a calf with a mournful eye High above him there's a swallow Winging swiftly through the skyบนรถม้าคันหนึ่งที่มุ่งไปสู่ตลาด            มีลูกวัวตัวหนึ่งที่มีดวงตาโศกเศร้ามาก            สูงเหนือลูกวัวมีนกนางแอ่นอยู่ตัวหนึ่ง            บินกระพือปีกอย่างรวดเร็วอยู่บนท้องฟ้า[1] How the winds are laughing They laugh with all their might Laugh and laugh the whole day through And half the summer's nightสายลมหัวเราะได้อย่างไร            มันหัวเราะได้ด้วยพลังทั้งหมดที่มันมีอยู่            หัวเราะและหัวเราะได้ตลอดทั้งวัน            และหัวเราะได้ถึงกลางฤดูร้อนตอนกลางคืน[2] Donna, Donna, Donna, Donna Donna, Donna, Donna, Don Donna, Donna, Donna, Donna Donna, Donna, Donna, Donลูกวัว ลูกวัว ลูกวัว ลูกวัวลูกวัว ลูกวัว ลูกวัว ลูกวัวลูกวัว ลูกวัว ลูกวัว ลูกวัวลูกวัว ลูกวัว ลูกวัว ลูกวัว"Stop complaining", said the farmer Who told you a calf to be? Why don't you have wings to fly with Like the swallow so proud and free?หยุดบ่นเสียทีชาวนาพูด            ใครบอกให้แกเกิดเป็นลูกวัวล่ะ?            ทำไมแกไม่มีปีกสำหรับบิน            เหมือนนกนางแอ่นที่มีความพากภูมิใจและเป็นอิสระล่ะ?[1][2]Calves are easily bound and slaughtered Never knowing the reason why But whoever treasures freedom Like the swallow has learned to flyลูกวัวถูกมัดและฆ่าได้ง่ายๆ            โดยไม่รู้เหตุผลเลยว่าเพราะอะไร            แต่ใครก็ตามอยากมีอิสระภาพ            เหมือนดั่งนกนางแอ่นที่ได้เรียนรู้ที่จะโบยบิน[1][2]Vocabulary Itemsbind, bound, bound (v) = ผูกมัดbound for (v) = มุ่งหน้าสู่calf (n) = ลูกวัวcomplain (v) = บ่นfarmer (n) = ชาวนาfreedom (n) = อิสรภาพlaugh (v) = หัวเราะmarket (n) = ตลาดmournful (adj) = เต็มไปด้วยความเศร้าโศกproud (adj) = ภาคภูมิใจslaughter (v) = ฆ่าswallow (n) = นกนางแอ่นswiftly (adv) = อย่างรวดเร็วtreasure (v) = มีwagon (n) = รถม้าwhole (adj) = ทั้งหมด ตลอดwind (n) = ลมwing (v) = บินPersonification (บุคลาธิษฐาน) คือการใช้สิ่งต่างๆแทนบุคคลในงานประพันธ์calf= an arrested Jew (ลูกวัว แทนคนยิวที่ถูกจับ)swallow (in the first verse) = someone who wasn't destined to persecution. (นกนางแอ่นในวรรคแรก แทนคนที่ยังไม่ได้ต้องโทษประหาร)the farmer=a Nazi (ชาวนา แทนพวกนาซี)swallow (in the third verse) = the free spirit of the arrested Jew (นกนางแอ่นในวรรคที่ 3 แทนวิญญาณที่อิสระของยิวที่ถูกจับ)ความหมายของคำว่า "Dana"            คำนี้มีความหมายหลายอย่าง เช่นคำภาษาโปแลนด์ ใช้ไล่ฝูงปศุสัตว์ เช่น วัว เพราะว่าผู้แต่งเพลงนี้คือ Chaba Alberstein เกิดที่โปแลนด์  คำภาษาโปแลนด์ บางครั้งก็มีความหมายว่า "la la la..." ใช้ในการร้องเพลงในภาษาตุรกี คำนี้แปลว่า วัวเป็นชื่อของผู้หญิงที่ได้รับความนิยมมากของคนยิวชื่อของเพลงนี้มีแตกต่างกันในหลายภาษา เช่นDana Dana = ในเนื้อเพลงเดิมที่เป็นภาษา YiddishDonna = ในเนื้อเพลงภาษาอิตาเลี่ยนMadam = ในเนื้อเพลงภาษาฝรั่งเศษDana Dana = ในเนื้อเพลงภาษาอังกฤษแบบอเมริกาDona Dona = ในเนื้อเพลงภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ
8 พฤษภาคม 2563     |      4455
Diamonds Are Forever
Diamonds Are Forever เพชรอยู่ชั่วนิรันดร์กาลShirley Basseyแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Diamonds are forever They are all I need to please me They can stimulate and tease me They won't leave in the night, I've no fear that they might desert meเพชรอยู่ชั่วนิรันดร์กาล            เพชรเท่านั้นคือส่งที่ฉันต้องการเพื่อให้ฉันมีความพอใจ            เพชรสามารถกระตุ้นความรู้สึกและทำให้ฉันสนุก            มันไม่หนีหายไปไหนในตอนกลางคืน ฉันไม่กลัวว่ามันจะหนีจากฉันไปDiamonds are forever Hold one up and then caress it Touch it, stroke it and undress it I can see every part, nothing hides in the heart to hurt meI don't need love For what good will love do me? Diamonds never lie to me For when love's gone they'll luster onเพชรอยู่ชั่วนิรันดร์กาลยกมันขึ้นและลูบคลำมันเล่น            สัมผัสมัน เขย่ามัน และเปลือยมันเล่น            ฉันสามารถเห็นทุกส่วนของมัน มันไม่มีอะไรซ่อนเร้นในใจที่จะทำให้ฉันเจ็บปวด            ฉันไม่ต้องการความรัก            ไม่รู้ว่าความรักจะให้ประโยชน์อะไรแก่ฉัน?            เพชรไม่เคยโกหกฉัน            เพราะเมื่อความรักจากไป เพชรมันก็ยังส่องแสงอยู่ต่อไปDiamonds are forever Sparkling round my little finger Unlike men, the diamonds linger (slowly depart) Men are mere mortals who are not worth going to your grave forเพชรอยู่ชั่วนิรันดร์กาล            ส่องประกายอยู่รอบๆนิ้วก้อยของฉัน            ไม่เหมือนคน เพชรมันจากเราไปช้าๆ            คนเป็นเพียงสิ่งที่ตายได้และไม่ควรค่าที่จะไปอยู่ในหลุมฝังศพของคุณI don't need love For what good will love do me? Diamonds never lie to me For when love's gone they'll luster on            ฉันไม่ต้องการความรัก            ไม่รู้ว่าความรักจะให้ประโยชน์อะไรแก่ฉัน?            เพชรไม่เคยโกหกฉัน            เพราะเมื่อความรักจากไป เพชรมันก็ยังส่องแสงอยู่ต่อไปDiamonds are forever, forever, forever Diamonds are forever, forever, forever Forever and everเพชรเป็นสิ่งที่อยู่ชั่วนิรันดร์กาล ชั่วนิรันดร์กาล ชั่วนิจนิรันดร์กาลเพชรเป็นสิ่งที่อยู่ชั่วนิรันดร์กาล ชั่วนิรันดร์กาล ชั่วนิจนิรันดร์กาลชั่วนิรันดร์กาล ชั่วนิจนิรันดร์กาลVocabulary Itemscaress (v) = ลูบไล้ จูบdesert (v) = ละทิ้งdiamond (n) = เพชรforever (adj) = ชั่วนิจนิรันดร์grave (n) = forหลุมฝังศพlie (v) = โกหกlinger (v) = ค่อยๆเลือนหายไปluster on (v) = ส่องแสงอยู่ต่อไปmortal (n) = สิ่งที่ตายได้ ไม่เป็นอมตะsparkle (v) = ส่องประกายstimulate (v) = กระตุ้นstroke (v) = เขย่าtease (v) = หลอกเล่น
8 พฤษภาคม 2563     |      595
Diamonds and Rust
Diamonds and RustเพชรและสนิมJoan Baezแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Well, I'll be damned Here comes your ghost again But that's not unusual It's just that the moon is full And you happened to call And here I sit Hand on the telephone Hearing a voice I'd known A couple of light years ago Heading straight for a fallอ้า  ฉันจะถูกสาปแช่งนี่ ผีคุณมาอีกแล้วแต่ว่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติมันเหมือนดั่งกับว่าพระจันทร์เต็มดวงและบังเอิญว่าคุณก็โทรศัพท์เข้ามาและฉันก็นั่งอยู่ตรงนี้มือถือหูโทรศัพท์ฟังเสียงที่ฉันเคยรู้จักเมื่อแสนนาน(สองปีแสงมาแล้วที่ส่งตรงมายังโลกนี้As I remember your eyes Were bluer than robin's eggs My poetry was lousy you said Where are you calling from? A booth in the midwest Ten years ago I bought you some cufflinks You brought me something We both know what memories can bring They bring diamonds and rustเท่าที่ฉันจำได้ ดวงตาของคุณเป็นสีน้ำเงินมากกว่าไข่นกกางเขนคุณเคยบอกว่าบทประพันธ์ของฉันไม่ได้เรื่องคุณโทรมาจากที่ไหน?ที่ตู้โทรศัพท์แห่งหนึ่งแถว Midwestเมื่อ 10 ปีมาแล้วฉันเคยซื้อกระดุมข้อมือเสื้อให้คุณคุณซื้ออะไรบางอย่างให้ฉันเราทั้งสองรู้ว่าความทรงจำจะนำเราไปสู่อะไรความทรงจำนำไปสู่เรื่องเพชรและสนิมWell, you burst on the scene (to become famous suddenly) Already a legend The unwashed phenomenon The original vagabond (คนพเนจรYou strayed into my arms And there you stayed Temporarily lost at sea (be drowned = จมน้ำ The Madonna was yours for free (Ma donna = my lady = Italian) Yes the girl on the half-shell Would keep you unharmedอ้า…คุณกลายเป็นคนมีชื่อเสียงในไม่ช้าซึ่งกลายเป็นตำนานเป็นปรากฏการณ์ที่ยังตรึงตราคนที่เคยเป็นคนพเนจรคุณพลัดหลงเข้ามาในอ้อมกอดของฉันและคุณก็อยู่กับฉันเคว้งคว้างเหมือนอยู่ในทะเลอยู่ชั่วขณะหนึ่งพระแม่มารีคือผู้หญิงของคุณที่ไม่ต้องเสียเงินใช่ ผู้หญิงที่อยู่ในฝาหอยครึ่งหนึ่ง (Venus)เก็บรักษาคุณไว้ไม่ให้เป็นอันตรายNow I see you standing With brown leaves falling around And snow in your hair Now you're smiling out the window Of that crummy hotel Over Washington Square Our breath comes out white clouds Mingles and hangs in the air Speaking strictly for me We both could have died then and thereตอนนี้ฉันเห็นคุณกำลังยืนอยู่พร้อมกับใบไม้สีน้ำตาลหล่นอยู่รอบๆและหิมะอยู่บนเส้นผมคุณตอนนี้คุณกำลังยิ้มหันหน้าไปทางหน้าต่างของโรงแรมซอมซ่อนั้นที่อยู่แถว Washington Squareลมหายใจของเรากลายเป็นหมอกควันสีขาวรวมผสมกันและลอยอยู่ในอากาศพูดตรงๆแล้วสำหรับฉันตอนนั้นเราควรจะตายแล้วเสียตรงที่นั่น Now you're telling me You're not nostalgic (a sentimental yearning for the happiness felt in a former time)Then give me another word for it You who are so good with words And at keeping things vague Because I need some of that vagueness now It's all come back too clearly Yes I loved you dearly And if you're offering me diamonds and rust I've already paidตอนนี้คุณกำลังบอกฉันว่า            คุณไม่ได้คิดถึงความสุขในอดีต            และพูดกับฉันด้วยถ้อยคำใหม่            คุณเป็นคนที่เก่งในการสรรหาคำพูด            และเก่งในการพูดจากว้างๆไม่ตายตัว            เพราะว่าฉันต้องการคำที่มีความหมายกว้างๆนั้นตอนนี้            และคำเหล้านั้นกลับมาหาฉันอย่างแจ่มชัดมาก            ใช่ ฉันรักคุณอย่างมาก            และถ้าคุณเสนอให้เพชรและสนิมแก่ฉัน            ฉันได้จ่ายเป็นค่าของนี้เรียบร้อยแล้วฉันได้ชดใช้ค่าของเหล่านี้เรียบร้อยแล้วฉันได้ทนทุกข์มามากเพียงพอแล้วVocabulary Itemscrummy (adj) = ซอมซ่อcufflink (n) =กระดุมข้อมือเสื้อdearly (adv) = อย่างมากมายdiamond (n) = เพชรghost (n) = ผี ปีศาจhappen (v) = บังเกิดขึ้นlegend (n) = ตำนานlost at sea (v) = จมน้ำlousy (adv) = ไม่ได้เรื่องma donna = my lady (italian)moon (n) = ดวงจันทร์nostalgic (adj) = คิดถึงความสุขในอดีตphenomenon (n) = ปรากฎการณ์rust (n) = สนิมstraight (adv) = ตรงไป ตรงมาstray (v) = พเนจร ร่อนเร่temporarily (adv) = ชั่วคราวthe girl on the half-shell (n) = เทพีวีนัสunharmed (pp.) = ไม่ให้เป็นอันตรายunusual (adj) = ผิดปกติunwashed (pp.) = ซักล้างไม่ออก ตรึงตราอยู่นานvagabond (n) =คนพเนจรvague (adj) = กว้าง ไม่ชัดเจนvagueness (n) = ความกว้าง ความไม่ชัดเจนI'll be damned = ผมจะถูกตำหนิ ผมจะถูกด่าyou burst on the scene = คุณมีชื่อเสียงทันทีทันใดExpressionsDamn you = ไอ้เห้ เอ้ย go to hellI don’t give him a damn. I don’t care him at allGod damn! = ริยำเอ้ยDamn it! = ริยำเอ้ยIt’s damn good = It’s very goodAs near as damn it = As near as possibleProverbsประสบการณ์ที่ทุกข์ยาก     ทำให้ชีวิตแกร่งเหมือนเพชรประสบการณ์ที่เป็นสุข       ทำให้ชีวิตไม่จีรังเหมือนสนิมTime turns ugly charcoal into diamonds and shiny metal into rust.เวลาทำให้สิ่งไม่มีค่า เช่น ถ่านกลายเป็นเพชร และทำให้สิ่งที่ดูดี เช่น เหล็กเป็นสนิมไร้ค่าได้
8 พฤษภาคม 2563     |      478
Devoted to You
Devoted to You (อุทิศให้กับคุณThe Everly Brothersแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Darlin' you can count on me  Till the sun dries up the sea  Until then I'll always be devoted to you ที่รัก คุณสามารถเชื่อผมได้จนกระทั่งดวงอาทิตย์ทำให้ทะเลเหือดแห้งหายไปจนกว่าจะถึงตอนนั้น ผมจะอุทิศตัวผมให้กับคุณเสมอI'll be yours through endless time  I'll adore your charms sublime  Guess by now you know that I'm devoted to you ผมจะเป็นของคุณจวบจนนิรันดร์ผมจะรักความมีเสน่ห์ที่น่าชื่นชมยินดีเดาซิ ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าผมอุทิศตัวผมให้กับคุณI'll never hurt you, I'll never lie  I'll never be untrue  I'll never give you reason to cry  I'd be unhappy if you were blue ผมจะไม่ทำให้คุณเจ็บเลย ผมจะไม่โกหกคุณเลยผมจะไม่มีวันไม่ซื่อสัตย์กับคุณเลยผมจะไม่ให้เหตุผลแก่คุณเลยเกี่ยวกับเรื่องที่ผมร้องไห้ผมจะไม่มีความสุขถ้าคุณเศร้าThrough the years my love will grow  Like a river it will flow  It can't die because I'm so devoted to you ตลอดทั้งปีความรักของผมจะมีมากเพิ่มขึ้น (ยิ่งนานก็ยิ่งรักมากขึ้นดุจดังแม่น้ำที่มันจะไหลมันจะไม่แห้งหายไปเพราะว่าผมอุทิศตัวผมให้คุณมากมายI'll never hurt you, I'll never lie  I'll never be untrue  I'll never give you reason to cry  I'd be unhappy if you were blueผมจะไม่ทำให้คุณเจ็บเลย ผมจะไม่โกหกคุณเลยผมจะไม่มีวันไม่ซื่อสัตย์กับคุณเลยผมจะไม่ให้เหตุผลแก่คุณเลยเกี่ยวกับเรื่องผมร้องไห้ผมจะไม่มีความสุขถ้าคุณเศร้าThrough the years my love will grow  Like a river it will flow  It can't die because I'm so devoted to youตลอดทั้งปีความรักของผมจะมีมากเพิ่มขึ้น (ยิ่งนานก็ยิ่งรักมากขึ้นดุจดังแม่น้ำที่มันจะไหลมันจะไม่แห้งหายไปเพราะว่าผมอุทิศตัวผมให้คุณมากมาย Vocabulary Itemsadore (v) = ชื่นชม รักใคร่ บูชาcharm (n) = เสน่ห์count on (v) = depend on, rely on เชื่อถือ ไว้วางใจได้darlin (n) = darling ที่รักdevoted (v) = อุทิศ รักใคร่ ซื่อสัตย์die (v) = ตาย เหือดแห้งdry up (v) = เหือดแห้งgrow (v) = เจริญ งอกงามguess (vj) = คาดเดาhurt (v) = ทำให้เจ็บปวดlie (v) = โกหกsubline (adj) = ชื่นชมยินดี untrue (adj) = ไม่จริงExpressionsI'll be yours through endless time.Through the years my love will grow.You can count on me.I'll always be devoted to you.GrammarSimple Present Tenseปัจจุบันกาลธรรมดา เพื่อใช้บ่งบอกว่า เหตุการณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นปกติวิสัยในขณะที่พูด หรือเกิดขึ้นบ่อยๆเป็นประจำ เช่นDarling you can count on me.Till the sun dries up the sea.  Simple Future Tense (อนาคตกาลธรรมดา เพื่อบ่งบอกว่าเหตุการณ์บางอย่างจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่นI'll never hurt you, I'll never lie.I'll never be untrue.I'll never give you reason to cry.   3.Passive Voiceกรรมวาจกคือการเปลี่ยนประโยคไปเน้นที่ผู้ถูกกระทำ และอาจละ ไม่กล่าวถึง ผู้กระทำกริยาไว้ในฐานที่เข้าใจ เช่นI'm devoted to you (by myself).   4. ประโยคเงื่อนไขชนิดที่ 3Present Impossible Conditions)คือ ประโยคเงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้ หรือเป็นไปได้ยากมากในปัจจุบันสำหรับเหตุการณ์ทั่วๆไป โดยมีโครงสร้าง ประโยคเป็นIf + Simple Past Tense, + Simple Past in Simple Future Tense เช่น I would be unhappy if you were blue.Were you blue, I would be unhappy.    5. การกล่าวเปรียบเทียบ (Comparison)การพูดเปรียบเทียบในคำประพันธ์มี 2 ลักษณะคือ Simile (อุปมา)และ Metaphor (อุปลักษณ์)ซึ่งคล้ายคลึงกันมาก คือเป็นการเปรียบเทียบเหมือนกันแต่มีข้อแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนนั่นคือก. Simile (อุปมา)จะใช้คำว่า Like หรือ As ที่แปลว่า ราวกับว่า ดุจดั่งว่า ประดุจดั่งว่า เหมือนตัวอย่าง SimileLike a river it will flow.ดุจดั่งแม่น้ำ มันจะไหล My love is like a red, red rose.       รักของผมเป็นดั่งกุหลาบแดงข. Metaphor (อุปลักษณ์)ไม่มีคำใช้โดยเฉพาะแต่จะเปรียบโดยตรงระหว่างสิ่งที่ต้องการเปรียบเทียบตัวอย่าง MetaphorLife was so sweet, dear.Life was a song.
8 พฤษภาคม 2563     |      993
ทั้งหมด 42 หน้า