Danny Boy
Danny Boy (คนรู้ใจ Jim Reevesแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Oh Danny boy, the pipes, the pipes are calling, From glen to glen, and down the mountain side, The summer's gone, and all the flowers are dying Tis you, tis you must go and I must bideโอ้ คนรู้ใจ เสียงสัตว์ เสียงสัตว์เพรียกหาจากหุบเขาสู่หุบเขา และเบื้องต่ำของไหล่ภูเขาฤดูร้อนผ่านไปแล้ว และมวลดอกไม้กำลังจะตายมันคือคุณ มันคือคุณที่ต้องไป และฉันต้องอยู่คอยBut come ye back when summer's in the meadow Or when the valley's hushed and white with snow Yes I'll be there in sunshine or in shadow Oh Danny boy, oh Danny boy, I love you soแต่พวกคุณจงกลับมาเมื่อฤดูร้อนมาเยือนทุ่งหญ้าหรือเมื่อหุบเขาเงียบสงบและมีความขาวของหิมะใช่ ฉันจะอยู่ที่นั่นกลางแสงแดดหรือในร่มไม้โอ้ คนรู้ใจ โอ้ คนรู้ใจ ฉันรักคุณมากBut come ye back when summer's in the meadow Or when the valley's hushed and white with snow Yes I'll be there in sunshine or in shadow Oh Danny boy, oh Danny boy, I love you soแต่พวกคุณจงกลับมาเมื่อฤดูร้อนมาเยือนทุ่งหญ้าหรือเมื่อหุบเขาเงียบสงบและมีความขาวของหิมะใช่ ฉันจะอยู่ที่นั่นกลางแสงแดดหรือใต้ร่มไม้โอ้ คนรู้ใจ โอ้ คนรู้ใจ ฉันรักคุณมาก Vocabulary Itemsbide (v) = รอคอยglen (n) = หุบเขาhush (v) = เงียบสงบmeadow (nl) = ทุ่งหญ้าpipe (n) = เสียงสัตว์shadow (n) = เงาsunshine (n) = แสงแดดtis = it isvalley (n) = หุบเขาye = yous (pl)NotesDanny boy เชื่อว่าเป็นเพลงที่พ่อแม่ร้องตอนส่งลูกชายชาว Iris ไปสงครามพ่อแม่สั่งลาลูกหญิงสาวสั่งลาคนรักผู้ชายสั่งลาพ่อแม่เพื่อเดินทางไปอยู่ต่างแดนเพลงนี้แต่งโดยคนอังกฤษชื่อ Frederick Weatherly เกี่ยวกับคนใน Iris และได้ทำนองชื่อ Londonderry Air จากน้องสะใภ้ชื่อ Margaret ซึ่งอพยพไปจาก Ireland ส่งมาให้จากอเมริกา
8 พฤษภาคม 2563     |      260
Cruel War
Cruel Warสงครามที่โหดร้ายPeter Paul & Maryแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์The Cruel War is raging, Johnny has to fight I want to be with him from morning to night. I want to be with him, it grieves my heart so, Won't you let me go with you? No, my love, no.สงครามที่โหดร้ายกำลังรุนแรง จอห์นนี่จะต้องต่อสู้            ฉันต้องการไปกับเขาตั้งแต่เช้าจนกระทั่งกลางคืน            ฉันต้องการอยู่กับเขา มันทำให้หัวใจของฉันเศร้ามาก            ลูกจะไม่ให้แม่ไปกับลูกด้วยหรือ?            อย่าเลย แม่ที่รัก อย่าไปเลยTomorrow is Sunday, Monday is the day That your Captain will call you and you must obey. Your captain will call you it grieves my heart so, Won't you let me go with you? No, my love, no.พรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ วันจันทร์คือวันที่หัวหน้าของลูกจะเรียกลูก และลูกต้องเชื่อฟังเขาหัวหน้าของลูกจะเรียกลูก มันทำให้หัวใจของฉันเศร้ามาก            ลูกจะไม่ให้แม่ไปกับลูกด้วยหรือ?            อย่าเลย แม่ที่รัก อย่าไปเลยI'll tie back my hair, men's clothing I'll put on, I'll pass as your comrade, as we march along. I'll pass as your comrade, no one will ever know. Won't you let me go with you? No, my love, no.แม่จะมัดผม ใส่เสื้อผ้าผู้ชายแม่จะเดินยามในฐานะเป็นเพื่อนของลูกขณะที่เราเดินไปด้วยกันแม่จะเดินยามในฐานะเป็นเพื่อนของ ไม่มีใครจะรู้หลอกนะ            ลูกจะไม่ให้แม่ไปกับลูกด้วยหรือ?            อย่าเลย แม่ที่รัก อย่าไปเลยOh Johnny, oh Johnny, I fear you are unkind I love you far better than all of mankind. I love you far better than words can e're express Won't you let me go with you? Yes, my love, yes.โอ้..จอห์นนี่ โอ้..จอห์นนี่ แม่กลัวว่าลูกจะโหดร้ายแม่รักลูกมากกว่าใครอื่นใดทั้งนั้นแม่รักลูกเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยายได้            ลูกจะไม่ให้แม่ไปกับลูกด้วยหรือ?            อย่าเลย แม่ที่รัก อย่าไปเลยYes, My Love, Yes.ให้แม่ไปเถอะ ลูกรัก ให้แม่ไปด้วยเถอะนะVocabulary Itemscaptain (n) = หัวหหน้าcomrade (n) = เพือนcruel (adj) = โหดร้ายexpress (v) = แสดงออกgrieve (v) = ทำให้โศกเศร้าmankind (n) = มนุษย์obey (v) = เชื่อฟังput on (v) = สวมใส่rage (v) = รุนแรงunkind (adj) = โหดร้าย ไร้ความปราณีwar (n) = สงคราม
8 พฤษภาคม 2563     |      283
Clair
Clair (แคลร์Gilbert O’Sullivanแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Clair The moment I met you I swear I felt as if something Somewhere had happened to me Which I couldn't see.แคลร์วินาทีที่ผมพบคุณผมสาบานได้ว่าผมรู้สึกเหมือนดั่งมีบางสิ่งบางอย่างณ ที่ใดที่หนึ่งที่มันเคยเกิดขึ้นกับผมซึ่งผมมองไม่เห็นAnd then the moment I met you again I knew in my heart that we were friends It had to be so it couldn't be no But try as hard as I might do.และวินาทีที่ผมพบคุณอีกครั้งหนึ่งผมรู้ในหัวใจของผมว่าเราเคยเป็นเพื่อนกันมันคงจะเป็นเช่นนั้น มันคงไม่ใช่อย่างอื่นแต่ผมพยายามมากที่สุดเท่าที่จะทำได้I don't know why you get to me In a way I can't describe Words mean so little When you look up and smile.ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณจึงมาหาผมในท่าทางที่ผมไม่สามารถอธิบายได้ถ้อยคำมีความหมายน้อยมากเมื่อคุณมองดูผมและยิ้มI don't care what people say to me You're more than a child oh Clair Clairผมไม่ใส่ใจว่าคนอื่นจะพูดกับผมว่าอะไรคุณเป็นมากกว่าเด็ก โอ้ แคลร์แคลร์Clair if ever a moment so rare Was captured for all to compare That moment is you In all that you do But why in spite of our ageแคลร์ ถ้าช่วงเวลาที่มันมีน้อยมากนั้นถูกเก็บบันทึกไว้ เพื่อเปรียบเทียบกับสิ่งอื่นๆช่วงเวลานั้นคือคุณกับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำแต่ทำไมทั้งๆที่อายุของเราDifference do I cry each time I leave you I feel I could die Nothing means more to me Than hearing you say.แตกต่างกัน ผมร้องไห้ทุกครั้งที่ผมจากคุณผมรู้สึกว่าผมอยากตายไม่มีอะไรมีความหมายสำหรับผมมากกว่าที่จะได้ยินเสียงพูดจากคุณI'm going to marry you Will you marry me Uncle Ray oh Clair Clairหนูจะแต่งงานกับคุณคุณจะแต่งงานกับหนูไหม ลุงเรย์” โอ้ แคลร์แคลร์Claire I've told you before don't you dare Get back into bed can't you see that is late No you can't have a drink Oh alright then but wait just a bitแคลร์ ผมได้บอกหนูมาก่อนแล้วว่า หนูอวดดีอย่างไรกลับไปนอนเสียเถอะ หนูไม่เห็นหรือว่ามันดึกแล้วไม่ หนูดื่มเครื่องดื่มไม่ได้นะโอ้...งั้นก็ไม่เป็นไร แต่ว่ารออีกสักนิดเถอะนะWhile I in an effort to babysit Capture my breath what there is left of it You can be murder at this hour of the day (something that is very difficult or unpleasant)But in the morning this hour will seem a life time away Oh Clairขณะที่ผมพยายามที่จะดูแลเด็กอยู่นี่จงเก็บลมหายใจของผมที่ยังมีอยู่ไว้หนูอาจเป็นปัญหายุ่งยาก ณ เวลานี้ของวันแต่ในตอนเช้า ณ เวลานี้จะรู้สึกเหมือนว่ามันยาวนานชั่วชีวิต (ผมจะคิดถึงหนูมากโอ้...แคลร์Vocabulary Itemsbabysit (v) = เลี้ยงดูเด็กbreath (n) = การหายใจ ลมหายใจcapture (v) = บันทึกไว้ จัดเก็บไว้compare (v) = เปรียบเทียบdescribe (v) = อธิบายDifference (n) = ความแตกต่างDon't you dare = คุณกล้าดีอย่างไรeffort (n) = ความพยายามhappen (v) = เกิดขึ้นin spite of (prep) = ทั้งๆที่marry (v) = แต่งงานmoment (n) = วินาทีswear (v) = สาบานYou can be murder at this hour of the day = คุณอาจเป็นปัญหายุ่งยาก ณ เวลานี้ของวัน
8 พฤษภาคม 2563     |      255
Changing Partners
Changing Partners (การเปลี่ยนคู่เต้นรำPatti Pageแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์We were waltzing together to a dreamy melody When they called out "Change partners" And you waltzed away from me Now my arms feel so empty as I gaze around the floor And I'll keep on changing partners Till I hold you once moreเรากำลังเต้นรำจังหวะวอลทซ์ด้วยกันกับเสียงเพลงที่ชวนฝัน            เมื่อเขาตระโกนว่า “เปลี่ยนคู่เต้นรำ            และคุณก็ผละไปจากฉัน            ตอนนี้ อ้อมแขนของฉันรู้สึกเปล่าเปลี่ยวมากขณะที่ฉันจ้องมองไปรอบๆลานเต้นรำ            และฉันจะเปลี่ยนคู่เต้นรำไปเรื่อยๆ            จนกว่าฉันได้โอบกอดคุณอีกครั้งหนึ่งThough we danced for one moment and too soon we had to part In that wonderful moment something happened to my heart So I'll keep changing partners till you're in my arms and then Oh, my darling I will never change partners againแม้ว่าเราได้เต้นรำกันอีกระยะหนึ่ง และไม่ช้าเราจำเป็นต้องแยกออกจากกัน            ในช่วงเวลามหัศจรรย์นั้น บางอย่างบังเกิดขึ้นในใจฉัน            ดังนั้น ฉันจะเปลี่ยนคู่เต้นรำไปเรื่อยๆจนกระทั่งคุณอยู่ในอ้อมกอดของฉัน และแล้ว            โอ้ ที่รัก ฉันจะไม่เปลี่ยนคู่เต้นรำอีกเลยThough we danced for one moment and too soon we had to part In that wonderful moment something happened to my heart So I'll keep changing partners till you're in my arms and then Oh, my darling I will never change partners againแม้ว่าเราได้เต้นรำกันอีกระยะหนึ่ง และไม่ช้าเราจำเป็นต้องแยกออกจากกัน            ในช่วงเวลาสุขหรรษานั้น บางอย่างบังเกิดขึ้นในใจฉัน            ดังนั้น ฉันจะเปลี่ยนคู่เต้นรำไปเรื่อยๆจนกระทั่งคุณอยู่ในอ้อมกอดของฉัน และแล้ว            โอ้ ที่รัก ฉันจะไม่เปลี่ยนคู่เต้นรำอีกเลยVocabulary itemslast (v) = ดำเนินต่อไป นิรันดร์ สิ้นสุดrecall (v) = ระลึกได้the meaning of = ความหมายของtoo young = อายุน้อยเกินไป เยาวัยเกินไปExpressionsThis love will last though years may go.We were not too young at all. = เราไม่ได้เยาวัยเด็กเกินไปเลยToo young to really be in love. = เด็กเกินไปที่จะมีความรักได้อย่างแท้จริงToo young to be really in love.Too young to be in love reallyGrammarPresent Perfect Tenseปัจจุบันกาลสมบูรณ์ เพื่อใช้บ่งบอกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต แล้วยังเกิดติดต่อกันเรื่อยมาถึงปัจจุบัน เช่นA word we have only heard. คำพูดที่เราเคยได้ยินมานานแล้วเท่านั้นI have found my world in you.  ฉันได้พบโลกของฉันในตัวคุณมานานแล้วSimple Past Tenseอดีตกาลอย่างง่าย เพื่อบ่งบอกเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดแล้วในอดีต เช่นWe were not too young at all. เราไม่ได้อายุน้อยเกินไปเลยSimple Past Tenseอดีตกาลอย่างง่าย เพื่อบ่งบอกเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดแล้วในอดีต เช่นWe were not too young at all. เราไม่ได้อายุน้อยเกินไปSimple Future Tenseอนาคตกาลอย่างง่าย เพื่อบ่งบอกเหตุการณ์บางอย่างที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่นThis love will last though years may go. ความรักนี้จะนิรันดร์แม้ว่าเวลาอาจผ่านไปOh, my darling I will never change partners again. โอ้ ที่รัก ฉันจะไม่เปลี่ยนคู่เต้นรำอีกเลย
8 พฤษภาคม 2563     |      1478
Break Another Piece of My Heart
Break Another Piece of My Heartหักอกผมอีกครั้งหนึ่งแล้ว Chris Reaแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Girl you're driving me crazy  Girl you're making me blue  Why do you give me such a run-around  Oh babe what am I gonna do  ‘Coz when I think it's all over  Past and gone  We're gonna make a new start  There you go  Break another piece of my heart หญิงสาวเอ๋ย คุณกำลังทำให้ผมเป็นบ้าคลั่งหญิงสาวเอ๋ย คุณกำลังทำให้ผมเศร้าทำไมคุณจึงทำให้ผมต้องวิ่งวุ่นหาคุณโอ้..ที่รัก ผมจะทำอย่างไรดีเพราะว่า เมื่อผมคิดว่าทุกอย่างมันสิ้นสุดแล้วอดีตได้ผ่านพ้นไปแล้วเรากำลังจะเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งหนึ่งแล้วคุณก็จากไปทำให้ผมอกหักอีกครั้งหนึ่งAll our friends want to know  They all want to know the reason why  You say we're made for each other  That there'll never be another  Then you make me cry  ‘Coz when I think it's all over  Past and gone  We're gonna make a new start  There you go  Break another piece of my heart  Oh there you go  Break another piece of my heart เพื่อนของเราทั้งหมดต้องการรู้พวกเขาทั้งหมดต้องรู้เหตุผลว่าเพราะอะไรคุณพูดว่า เราเกิดมาเพื่อนกันและกันและว่าจะไม่มีคนอื่นอีกเลยแล้วคุณก็ทำให้ผมร้องไห้เพราะว่า เมื่อผมคิดว่าทุกอย่างมันสิ้นสุดแล้วอดีตได้ผ่านพ้นไปแล้วเรากำลังจะเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งหนึ่งแล้วคุณก็จากไปทำให้ผมอกหักอีกครั้งหนึ่งแล้วคุณก็จากไปทำให้ผมอกหักอีกครั้งหนึ่งNow I don't want anybody else but you  And my love is so straight and true  But every promise that you make  Is a promise that you break  I don't know what I'm gonna do  There you go  Break another piece of my heart  Break another piece of my heart  Now I don't want anybody else but you  But when I think we got a brand new start  There you go  Break another piece of my heart  There you go  Break another piece of my heartตอนนี้ ผมไม่ต้องการใครอื่นอีกนอกจากคุณและความรักของผมก็ตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์มากแต่ว่าคำสัญญาทุกอย่างที่คุณพูดมันคือคำสัญญาที่คุณทำลายผมไม่รู้ว่าผมจะทำอย่างไรดีแล้วคุณก็จากไปทำให้ผมอกหักอีกครั้งหนึ่งทำให้ผมอกหักอีกครั้งหนึ่งตอนนี้ ผมไม่ต้องการใครอื่นอีกนอกจากคุณแต่เมื่อผมคิดว่าเราได้เริ่มต้นใหม่เอี่ยมอีกครั้งหนึ่งแล้วคุณก็จากไปทำให้ผมอกหักอีกครั้งหนึ่งแล้วคุณก็จากไปทำให้ผมอกหักอีกครั้งหนึ่งVocabulary Itemsanybody else = คนอื่นอีกblue (adj) = เศร้าbrand new (adj) = ใหม่เอี่ยม ใหม่แกะกล่อง coz = becausecrazy (adj) = บ้าคลั่ง หลงใหลpromise (n) = คำสัญญาrun-around (n) = วิ่งวุ่นstraight (adj) = ตรงไปตรงมาtrue (adj) = ซื่อสัตย์ExpressionsI don't want anybody else but you. =  ผมไม่ต้องการใครอื่นอีกนอกจากคุณIt's all over. = มันสิ้นสุดแล้ว มันจบสิ้นแล้วPast and gone =  อดีตได้ผ่านพ้นไปแล้ว ที่แล้วมาก็แล้วไปThere you go. = แล้วคุณก็หนีจากไปYou're driving me crazy = คุณกำลังทำให้ผมเป็นบ้าคลั่ง
8 พฤษภาคม 2563     |      289
Born Too Late
Born Too Lateเกิดมาช้าเกินไปThe Poni-Tailsแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Born too late for you to notice me To you, I'm just a kid that you won't date Why was I born too late?เกิดมาช้าเกินไปสำหรับคุณที่จะสังเกตเห็นฉันได้สำหรับคุณ ฉันก็เป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่คุณไม่อยากพาไปเที่ยวตามประสาหนุ่มสาวด้วยทำไมฉันเกิดมาช้าเกินไปนะ?Born too late to have a chance to win your love Oh, why, oh, why was it my fate To be born too late?เกิดมาช้าเกินไปที่จะมีโอกาสเอาชนะความรักของคุณได้โอ้...ทำไม โอ้...ทำไม ทำไมชะตากรรมฉันจึงเป็นเช่นนี้ที่เกิดมาช้าเกินไป?I see you walk with another I wish it could be me I long to hold you and kiss you But I know it never can be, for I wasฉันเห็นคุณเดินกับคนอื่นฉันอยากจะให้เขาคนนั้นเป็นตัวฉันฉันอยากจะกอดคุณและจูบคุณมานานแล้วแต่ฉันรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากว่าฉัน[1] Born too late for you to care, now my heart cries Because your heart just couldn't wait Why was I born too late?เกิดมาช้าเกินไปสำหรับคุณที่จะที่จะใส่ใจ ตอนนี้หัวใจฉันร่ำไห้เพราะว่าหัวใจของคุณไม่สามารถจะรอฉันได้ทำไมฉันเกิดมาช้าเกินไปนะ?[1]Why was I born too late, too late?ทำไมฉันเกิดมาช้าเกินไป ช้าเกินไป? Vocabulary Itemscare (v) = สนใจใยดีchance (n) = โอกาสdate (v) = พาไปเที่ยวตามประสาหนุ่มสาวfate (n) = ชะตากรรมhold (v) = จัด ยึด กอดรัด kid (n) = เด็กlate (adj) = ช้า สายlong to (v) = ถวิลหาnotice (v) = สังเกตุwin (v) = เอาชนะ ชนะ
8 พฤษภาคม 2563     |      375
Born to Love You
Born to Love Youเกิดมาเพื่อรักคุณSkeeter Davisแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Born to love you, born to love you, born to love you till I die My life was empty so blue and alone Then you've put your hand in mine and I knew why I was born Born to love you, born to love you, born to share your smiles and tears Born to be near if you need me, dear, born to love you till I dieเกิดมาเพื่อรักคุณ เกิดมาเพื่อรักคุณ เกิดมาเพื่อรักคุณจนฉันตายชีวิตของฉันเคยว่างเปล่า เศร้าหมอง และโดดเดี่ยวมากต่อมาคุณยื่นมือมาจับมือฉัน และฉันก็รู้ว่าฉันเกิดมาทำไมเกิดมาเพื่อรักคุณ เกิดมาเพื่อรักคุณ เกิดมาเพื่อแบ่งปันรอยยิ้มและน้ำตาของคุณเกิดมาเพื่ออยู่ใกล้ถ้าคุณต้องการฉัน...ที่รัก เกิดมาเพื่อรักคุณจนฉันตายI used to wonder what life held in store Then you held me in your arms and now I wonder no more Born to love you...Born to love you, born to love you Born to love you till I die.ฉันเคยสงสัยว่าชีวิตเกิดมาเพื่ออะไรต่อมาคุณจับมือฉันไว้ในมือคุณและตอนนี้ฉันไม่มีข้อสงสัยอีกแล้วเกิดมาเพื่อรักคุณ...เกิดมาเพื่อรักคุณ.เกิดมาเพื่อรักคุณเกิดมาเพื่อรักคุณจนกระทั่งฉันตายMy life was empty, so blue and alone Then you've put your hand in mine and I knew why I was born.ชีวิตของฉันเคยว่างเปล่า เศร้าหมอง และโดดเดี่ยวมากต่อมาคุณยื่นมือมาจับมือฉัน และฉันก็รู้ว่าฉันเกิดมาทำไม[1] Born to love you, born to love you Born to share your smiles and tears Born to be near if you need me, dear Born to love you till I die.เกิดมาเพื่อรักคุณ เกิดมาเพื่อรักคุณ....           เกิดมาเพื่อแบ่งปันรอยยิ้มและน้ำตาของคุณเกิดมาเพื่ออยู่ใกล้ถ้าคุณต้องการฉัน...ที่รักเกิดมาเพื่อรักคุณจนฉันตายI used to wonder what life held in store Then you held me in your arms and now I wonder no more.ฉันเคยสงสัยว่าชีวิตเกิดมาเพื่ออะไรต่อมาคุณจับมือฉันไว้ในมือคุณและตอนนี้ฉันไม่มีข้อสงสัยอีกแล้ว[1]Vocabulary Itemsalone (adj) = เปล่าเปลี่ยวblue (adj) = เศร้าborn (pp) = เกิด กำหนด เกิดมาempty (adj) = ว่างเปล่าheld in store (v)  = เก็บสะสมไว้ใช้ในอนาคตput your hand in mine = คุณช่วยเหลือฉัน คุณยื่นมือมาให้ฉันจับshare (v) = แบ่งปัน ใช้ร่วมกันsmile (n) = รอยยิ้ม ความสุขtear (n) = น้ำตา ความทุกข์used to (v) = เคยwonder (v) = สงสัย
8 พฤษภาคม 2563     |      564
Born to Lose
Born to Loseเกิดมาเพื่อสูญเสียRay Priceแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Born to loseI've lived my life in vainEvery dream has only brought me painAll my life I've always been so blueเกิดมาเพื่อสูญเสีย            ผมได้ดำเนินชีวิตอยู่อย่างไร้ค่าความฝันแต่ละอย่างนำความเจ็บปวดมาให้ผมเท่านั้นตลอดชีวิตของผม ผมมีแต่โศกเศร้าอาดูรอยู่เสมอ[1] Born to loseAnd now I’m losing you            เกิดมาเพื่อสูญเสีย            และตอนนี้ผมกำลังจะสูญเสียคุณBorn to loseIt seems so hard to bearHow I long to always having youYou've grown tired and now you say we're through             เกิดมาเพื่อสูญเสียมันดูเหมือนว่ายากมากที่จะอดทน            ผมปรารถนาเสมอมาแสนนานที่จะได้คุณ            คุณก็เหนื่อยล้าและคุณก็พูดว่าตอนนี้ระหว่างเรานั้นมันจบสิ้นแล้ว[1]Born to loseMy every hope is goneIt’s so hard to face an empty dawnYou’re gone, the happiness and you            เกิดมาเพื่อสูญเสีย            ความหวังทุกอย่างของผมมันหายไปแล้วมันเป็นการยากมากที่จะเผชิญหน้ากับรุ่งอรุณที่มีแต่ความว่างเปล่าคุณได้จากไปแล้ว ทั้งความสุข และตัวคุณเอง[1]There’s no use to dream of happinessAll I see is only lonelinessAll my life I've always been so blue            มันไม่มีประโยชน์ที่จะฝันถึงความสุขอีกแล้ว            ทุกอย่างที่ผมมองเห็นคือความเปล่าเปลี่ยวเท่านั้นตลอดชีวิตของผม ผมมีแต่ความโศกเศร้าอาดูรอยู่เสมอ[1]Vocabulary Itemsblue (adj) = โศกเศร้าอาดูรborn (pp) = เกิดมาempty dawn = รุ่งอรุณที่มีแต่ความว่างเปล่าface (v) = เผชิญหน้าhappiness (n) = ความสุขhard to bear = ยากที่จะทนin vain = อย่างไร้ค่า ไม่มีประโยชน์ ไม่ประสบผลสำเร็จloneliness (n) = ความเปล่าเปลี่ยวlong to (v) = ถวิลหาlose (v) = สูญเสีย แพ้pain (n) = ความเจ็บปวดthere’s no use = ไม่มีประโยชน์We're through. = เราจบสิ้นแล้ว
8 พฤษภาคม 2563     |      211
Born Free
Born Free (เกิดมาเป็นอิสระAndy Williamsแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Born free, as free as the wind blows As free as the grass grows Born free to follow your heartเกิดมาเป็นอิสระ เป็นอิสระเหมือนดั่งลมที่พัดเป็นอิสระเหมือนดั่งหญ้าที่เติบโตเกิดมาเป็นอิสระเพื่อติดตามหัวใจของคุณLive free and beauty surrounds you The world still astounds you Each time you look at a starดำรงชีวิตอย่างอิสระ และมีความสวยงามอยู่รอบๆคุณโลกนี้ยังคงมีสิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจทุกครั้งที่คุณมองดูดวงดาวStay free, where no walls divide you You're free as the roaring tide So there's no need to hideอยู่อย่างเป็นอิสระ ตรงที่ไม่มีกำแพงกั้นคุณไว้คุณเป็นอิสระดุจดั่งสายน้ำที่ส่งเสียงคำรามลั่นดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นหลบซ่อนBorn free, and life is worth living But only worth living 'Cause you're born freeเกิดมาเป็นอิสระ และชีวิตนี้มีค่าที่จะอยู่แต่ มีค่าที่จะอยู่เท่านั้นเพราะว่าคุณเกิดมาเป็นอิสระ(Stay free, where no walls divide you) You're free as the roaring tide So there's no need to hideอยู่อย่างอิสระ ตรงที่ไม่มีกำแพงแยกคุณไว้คุณเป็นอิสระเหมือนดั่งสายน้ำที่ส่งเสียงคำรามลั่นดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นหลบซ่อนBorn free, and life is worth livingBut only worth living 'Cause you're born freeเกิดมาเป็นอิสระ และชีวิตนี้มีค่าที่จะอยู่แต่ มีค่าที่จะอยู่เท่านั้นเพราะว่าคุณเกิดมาเป็นอิสระVocabulary Itemsastound (v) = ทำให้ประหลาดใจbeauty (n) = ความสวยงามblow (v) = พัด เป่าborn (v) = เกิด'cause = becausedivide (v) = แบ่ง กั้น แยกfollow (v) = ติดตามfree (adj) = มีอิสรภาพgrass (n) = หญ้าgrow (v) = งอกงาม เจริญเติบโตhide (v) = ปิดบัง ซ่อนเร้นlive (v) = อยู่ อาศัยliving (n) = การมีชีวิตอยู่ การดำรงชีวิตอยู่roaring (adj) = เสียงดัง เสียงคำรามsurround (prep) = อยู่รอบๆตัวtide (n) = กระแสน้ำwall (n) = กำแพง ผนังwind (n) = ลมworth (adj) = มีคุณค่า
8 พฤษภาคม 2563     |      1012
Blowing in the Wind
Blowing In The Wind (ฟุ้งกระจายในสายลมPeter Paul & Maryแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์How many roads must a man walk down Before they call him a man? How many seas must a white dove sail (sail v. = move quickly) Before she sleeps in the sand?ผู้ชายต้องเดินไปตามถนนสักกี่สายก่อนที่คนอื่นจะเรียกเขาว่าเป็นผู้ชาย?เรือนกพิราบขาวต้องบินอย่างรวดเร็วไปในทะเลสักกี่แห่งก่อนที่มันจะได้นอนในพื้นทราย?How many times must the cannonballs fly Before they're forever banned? The answer, my friend, is blowing in the wind The answer is blowing in the wind.ลูกปืนใหญ่จะต้องลอยไปในอากาศสักกี่ครั้งก่อนที่มันจะถูกห้ามไม่ให้ใช้อีกต่อไป?คำตอบหรือ เพือนของฉันเอ๋ย มันฟุ้งกระจายในสายลมคำตอบมันฟุ้งกระจายในสายลมHow many years must a mountain exist Before it is washed to the sea? How many years can some people exist Before they're allowed to be free?ภูเขาจะต้องเกิดอยู่สักกี่ปีก่อนที่มันจะถูกเซาะกวาดล้างลงสู่ทะเล?คนบางคนจะต้องเกิดอยู่สักกี่ปีก่อนที่พวกเขาจะได้รับปลดปล่อยให้เป็นอิสระได้?How many times can a man turn his head and pretend that he just doesn't see? The answer, my friend, is blowing in the wind The answer is blowing in the wind.คนสามารถหันศีรษะได้สักกี่ครั้งและแสร้งเหมือนว่าเขามองไม่เห็น?คำตอบหรือ เพือนของฉันเอ๋ย มันฟุ้งกระจายในสายลมคำตอบมันฟุ้งกระจายในสายลม How many times must a man look up Before he can see the sky? How many ears must one man have Before he can hear people cry?คนต้องค้นหาสักกี่ครั้งก่อนที่เขาจะสามารถมองเห็นท้องฟ้าได้?คนคนหนึ่งต้องมีหูสักกี่ข้างก่อนที่เขาจะสามารถได้ยินเสียงประชาชนร่ำไห้?How many deaths will it take till he knows That too many people have died? The answer, my friend, is blowing in the wind The answer is blowing in the wind.มันจะมีคนตายสักเท่าไหร่จนกว่าเขาจะรู้            ว่ามีประชาชนตายมากเกินไปแล้ว?คำตอบหรือ เพือนของฉันเอ๋ย มันฟุ้งกระจายในสายลมคำตอบมันฟุ้งกระจายในสายลมVocabulary Itemsallowed to be free = ได้รับปลดปล่อยให้เป็นอิสระbanned (pp.) = ถูกห้ามblowing in the wind = ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ ดีแต่พูดกัน แต่ไม่ทำเสียทีcannonball (n) = ลูกปืนใหญ่deaths (n) = คนตาย ความตายdove (n) = นกพิราบexist (v) = เกิดอยู่ มีอยู่look up (v) = แหงนหน้าขึ้น มองขึ้นข้างบน ค้นหาmountain (n) = ภูเขาpretend (v) = แสร้งทำroad (n) = ถนนsail (v) = เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วsea (n) = ทะเลwashed to the sea = ถูกเซาะกวาดล้างลงสู่ทะเล
8 พฤษภาคม 2563     |      215
Blank Space
Blank Space (ที่ว่างเปล่าTaylor Swiftแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Nice to meet you, where you been? I could show you incredible things Magic, madness, heaven, sin Saw you there and I thought Oh my God, look at that face You look like my next mistake Love’s a game, want to play?ยินดีที่ได้พบคุณ คุณไปอยู่ที่ไหนมา? ฉันสามารถแสดงให้คุณได้เห็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อได้นะ สิ่งมหัศจรรย์ ความบ้าคลั่ง สวรรค์ บาป ฉันเห็นคุณอยู่ตรงนั้นและฉันคิดว่า โอ้พระเจ้า ดูใบหน้านั่นสิ คุณดูเหมือนความผิดพลาดครั้งต่อไปของฉัน ความรักก็เหมือนกับเกม อยากเล่นมั้ยล่ะNew money, suit and tie I can read you like a magazine Ain’t it funny, rumors fly And I know you heard about me So hey, let’s be friends I’m dying to see how this one ends Grab your passport and my hand I can make the bad guys good for a weekendเงินของเศรษฐีใหม่ ชุดสูทและเน็คไท ฉันสามารถอ่านคุณออกเหมือนอ่านนิตยสารเลยล่ะ ตลกดีนะ ข่าวลือแพร่กระจายไปไวเหมือนติดปีก และฉันรู้ว่าคุณก็ได้ยินเรื่องฉัน ดังนั้น มาเป็นเพื่อนกันเถอะ ฉันอยากจะรู้จริงๆว่าความสัมพันธ์นี้จะจบลงอย่างไร หยิบหนังสือเดินทางของคุณ และมือของฉันไว้ ฉันสามารถทำให้หนุ่มไม่ดีกลายเป็นหนุ่มแสนดีในยามสุดสัปดาห์ได้[1] So it’s gonna be forever Or it’s gonna go down in flames You can tell me when it’s over If the high was worth the pain Got a long list of ex-lovers They’ll tell you I’m insane ‘Cause you know I love the players And you love the gameดังนั้น มันจะอยู่ไปได้ชั่วนิรันดร์ หรือไม่ก็จะล่มไปกับกองเพลิง คุณสามารถบอกฉันได้ว่ามันจะจบลงเมื่อใด หากความสุขที่ได้มันคุ้มกับความเจ็บปวด จงหารายชื่อแฟนเก่ายาวเป็นหางว่าว พวกเขาจะบอกคุณว่าฉันมันบ้า เพราะว่า คุณรู้ว่าฉันชอบพวกผู้ชายเจ้าชู้ และคุณก็ชอบเล่นเกมความรัก[2] ‘Cause we’re young and we’re reckless We’ll take this way too far It’ll leave you breathless Or with a nasty scar Got a long list of ex-lovers They’ll tell you I’m insane But I’ve got a blank space, baby And I’ll write your nameเพราะว่าเรายังเยาวัยและเราสะเพร่า เราจะทำเช่นนี้มากเกินไป มันจะทำให้คุณหายใจไม่ทั่วท้อง หรือทำให้เกิดแผลเป็นที่น่าเกลียด ฉันมีรายชื่อแฟนเก่ายาวเป็นหางว่าว จงหารายชื่อแฟนเก่ายาวเป็นหางว่าว พวกเขาจะบอกคุณว่าฉันมันบ้า แต่ว่าฉันยังมีที่ว่างอยู่นะ ที่รัก และฉันก็จะเขียนชื่อคุณไว้Cherry lips, crystal skies I could show you incredible things Stolen kisses, pretty lies You’re the King, baby, I’m your Queen Find out what you want Be that girl for a month Wait, the worst is yet to come, oh noริมฝีปากสีแดงเข้ม ท้องฟ้าโปร่งๆ ฉันสามารถแสดงให้คุณได้เห็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อได้นะ ขโมยจูบ พูดโกหกอย่างน่ารัก คุณคือราชานะที่รัก และฉันก็เป็นราชินีของคุณ จงหาว่าคุณต้องการอะไร เป็นผู้หญิงคนนั้นสักเดือนหนึ่ง เดี๋ยวก่อน เรื่องที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึงหรอกนะ โอ้...ยังมาไม่ถึงScreaming, crying, perfect storms I can make all the tables turn Rose garden filled with thorns Keep you second guessing like “Oh my God, who is she?” I get drunk on jealousy But you’ll come back each time you leave ‘Cause, darling, I’m a nightmare dressed like a daydreamการกรีดร้อง การร่ำไห้ พายุโหมกระหน่ำรุนแรง ฉันสามารถทำให้กระดานทั้งหมดหมุนได้ สวนดอกกุหลาบที่เต็มไปด้วยหนาม ทำให้คุณเดาเป็นครั้งที่สอง เช่นว่า โอ้พระเจ้า เธอเป็นใคร ฉันเมามายกับความอิจฉา แต่คุณจะต้องกลับมาทุกๆครั้งที่คุณจากฉันไป เพราะที่รัก ฉันนี่แหละคือฝันร้ายที่แต่งตัวเหมือนคนในฝันกลางวัน[1][2]Boys only want love if it’s torture Don’t say I didn’t say, I didn’t warn ya Boys only want love if it’s torture Don’t say I didn’t say, I didn’t warn yaหนุ่มๆต้องการเฉพาะความรัก ถ้ามันเป็นการทรมาน อย่าบอกว่า ฉันไม่ได้พูด ฉันไม่ได้เตือนภัยคุณนะ หนุ่มๆต้องการเฉพาะความรัก ถ้ามันเป็นการทรมาน อย่าบอกว่า ฉันไม่ได้พูด ฉันไม่ได้เตือนภัยคุณนะ[1][2]Vocabulary Itemsa long list = รายการยาวๆblank (adj,n) = ว่างเปล่า ที่ว่างเปล่าblank space (n) = ที่ว่างbreathless (adj) = หายใจไม่ทั่วท้อง ไม่หายใจ ตื่นเต้นจนแทบไม่หายใจcherry lips = ริมฝีปากสีแดงเข้มcrying (n) = การร่ำไห้crystal sky = ท้องฟ้าโปร่งๆ ท้องฟ้าโล่งๆdaydream (n) = ฝันกลางวัน ฝันหวานdie (v) = ตายex-lovers (n) = คนรักเก่าflame (n) = เปลวไฟforever (adv) = ชั่วนิรันดร์ ตลอดไปfunny (adj) = น่าขบขันgonna = going tograb (v) = จับฉวยheaven (n) = สวรรค์incredible (adj) = ไม่น่าเชื่อ เหลือเชื่อinsane (adj) = บ้า เสียสติmadness (n) = ความบ้าคลั่งmagic (n) = สิ่งมหัศจรรย์mistake (n) = ความผิดพลาดnasty (adj) = น่าเกลียด สกปรกnightmare (n) = ฝันร้ายoh my god (inj) = โอ้ พระเจ้า โอ้ ตายจริงover (adj) = สิ้นสุดpassport (n) = หนังสือเดินทางperfect storms (n) = พายุโหมกระหน่ำรุนแรงplayer (n) = คนเจ้าชู้reckless (adj) = สะเพร่า ขาดความระมัดระวังrumor (n) = ข่าวลือscar (n) = แผลเป็นscreaming (n) = การกรีดร้องsin (n) = บาปsuit (n) = ชุดสูทสากลthorn (n) = หนามtie (n) = เน็คไทtorture (n) = การทรมานwarn (v) = เตือนภัยya = youExpressionsI can read you like a magazineฉันสามารถอ่านคุณออกเหมือนอ่านนิตยสาร ฉันอ่านคุณออกได้ง่ายI get drunk on jealousyฉันเมามายกับความอิจฉาI’m dying to see how this one endsฉันอยากรู้จริงๆว่าสิ่งนี้จะจบลงอย่างไรIf the high was worth the painถ้าความสุขที่ได้มันคุ้มกับความเจ็บปวดnew money (n) = เงินของเศรษฐีใหม่ เงินที่ได้มาแบบไม่คาดฝันRumors fly = ข่าวลือแพร่กระจายได้เร็วราวมีปีกบินThe worst is yet to come. = เรื่องที่เลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง
8 พฤษภาคม 2563     |      370
Blackboard of My Heart
Blackboard of My Heart (กระดานดำของหัวใจผมDaniel O’Donnellแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์When I was young and went to school They taught me how to write To take the chalk and make a mark And hope it turns out right Well that's the way it is with love And what you’ve done to me I wrote it so you'd know That I was yours eternallyเมื่อตอนที่ผมยังเยาว์วัยและไปโรงเรียนเขาสอนผมวิธีการเขียนการจับชอล์คและการขีดเขียนและหวังว่าผลที่ออกมาจะใช้ได้ดีอ้า...นั่นคือวิธีเดียวกันกับการเรียนรักและวิธีการที่คุณทำกับผมผมเขียนมันเพื่อให้คุณรู้ว่าผมเป็นของคุณชั่วนิรันดร์[1] But my tears have washed I love you From the blackboard of my heart It's too late to clean the slate And make another start I'm satisfied the way things are Although we're far apart My tears have washed I love you from The blackboard of my heartแต่ว่าน้ำตาของผมได้ชะล้างสิ่งที่ผมได้รักคุณหมดแล้วจากกระดานคำของหัวใจของผมมันสายเกินไปที่จะทำความสะอาดกระดานชนวนและเริ่มต้นใหม่อีกครั้งหนึ่งผมพึงพอใจกับสิ่งที่มันเป็นอยู่ขณะนี้แม้ว่าเราอยู่ห่างไกลกันมากน้ำตาของผมได้ชะล้างสิ่งที่ผมได้รักคุณหมดแล้วจากกระดานคำของหัวใจของผมIf you'd been true the way you should And not have gone astray These tears would not have fallen down And washed the words away No need to talk, 'cause if the chalk Could write those words again It will be for someone else Not things that might have beenถ้าหากว่าคุณได้มีความซื่อสัตย์อย่างที่คุณควรจะเป็นและไม่ได้ประพฤติผิดศีลธรรมหยดน้ำตาเหล่านี้ก็คงจะไม่ไหลออกมาและชะล้างถ้อยคำต่างๆหายไปไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูด เพราะว่าถ้าชอล์คสามารถเขียนคำเหล่านั้นได้อีก มันจะเขียนสำหรับเรื่องของคนอื่นไม่ใช่เรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นแล้ว[1]Vocabulary Itemsastray (adj, adv) = ออกนอกลู่นอกทาง ประพฤติผิดศีลธรรม เหลวไหลblackboard (n) = กระดานดำchalk (n) = ชอล์คสำหรับเขียนกระดานดำeternally (adv) = ชั่วนิรันดร์far apart = ห่างไกลกันมากmark (n) = ร่องรอย จุดslate (n) = กระดานชนวนExpressionsAnd not have gone astray = และไม่ได้ประพฤติผิดศีลธรรมIf you'd been true the way you shouldถ้าหากว่าคุณได้มีความซื่อสัตย์อย่างที่คุณควรจะเป็นI'm satisfied the way things areผมพึงพอใจกับสิ่งที่มันเป็นอยู่ขณะนี้Not things that might have beenไม่ใช่เรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นแล้วthat's the way it is = นั่นคือวิธีที่มันเป็นอยู่turn out right (v) = มีผลลัพธ์ออกมาดีGrammarType 3 conditional sentence (ประโยคเงื่อนไขชนิดที่ 3) คือประโยคเงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้ในอดีต (Past impossible conditions) โครงสร้างประโยคคือIf + Past Perfect+ Perfect Conditional or Perfect Continuous ConditionalIf it had rained, you would have gotten wet.You would have passed your exam if you had worked harder.If you had worked harder, you would have passed your exam.If you had been true the way you should, I would still have loved you. = ถ้าหากว่าคุณได้มีความซื่อสัตย์อย่างที่คุณควรจะเป็น ผมก็คงจะยังรักคุณYou should not have gone astray. = คุณไม่ควรได้ประพฤติผิดศีลธรรม
8 พฤษภาคม 2563     |      258
ทั้งหมด 42 หน้า