Echo (แว่ว)
Echo (แว่ว- เสียงสะท้อนกลับเพลงพระราชนิพนธ์ของ ร. 9ขับร้องโดย จินตนา สุขสถิตย์แปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Echo - of a sweet melodyof tender lovekeeps bringing memoryfrom heaven above.เสียงสะท้อนกลับของทำนองเพลงที่หวานซึ้ง            ของความรักที่อ่อนละไม            ทำให้ความทรงจำกลับคืนมาเสมอ            จากสรวงสวรรค์เบื้องบนSoft lights - Gliding through empty space'yond cloudy skies,remind me of your dear faceand lovelight in your eyes.แสงเรืองๆล่องลอยผ่านอวกาศที่ไร้ขอบเขต            โพ้นท้องฟ้าที่เมฆมากเตือนให้ผมคิดถึงใบหน้าที่น่ารักของคุณและแสงประกายแห่งรักในดวงตาของคุณHow - I long to be with youOnce again.อีกนานสักเท่าไหร่ผมถึงจะได้อยู่กับคุณ            อีกสักครั้งหนึ่งHope - and pray, oh yes I do,all in vain.ความหวังและความปรารถนาของผม ใช่เลย            ต่างก็ไม่ได้ผลOur Song - of it is nothing leftbut the echo.            เพลงของเราไม่มีอะไรเหลือเลย            นอกจากเสียงสะท้อนกลับThough time is unforgivingI knowOur love willLinger onFor eternity.ตลอดเวลาไม่มีการยกโทษให้            ผมรู้            ความรักของเราจะ            ดำเนินไปอย่างอ้อยอิ่ง            ชั่วนิจนิรันดร์Vocabulary Itemsall in vain= ทุกอย่างไร้ผล ทุกอย่างไม่ประสบผลสำเร็จcloudy (adj) = มีเมฆมากecho (n) = เสียงสะท้อนกลับempty (adj) = ว่างเปล่าeternity(n) = ชั่วนิจนิรันดร์glide (v) = บิน ร่อน เหิรheaven (n) = สวรรค์hope (n) = ความหวังlight(n) = แสงlinger on(v) = ค่อยๆดำเนินไปเรื่อยๆ ดำเนินไปอย่างอ้อยอิ่งlovelight (n) = ประกายแห่งแรกmelody(n) = ทำนองเพลงmemory(n) = ความทรงจำonce again= อีกครั้งหนึ่งour song - of it is nothing leftpray(n) = การสวดมนต์ การอ้อนวร ความปรารถนาremind (v) = เตือนความจำsoft (adj) = เบา นุ่มนวนspace(n) = ที่ว่าง อวกาศsweet (adj) = หวาน หวานซึ้งtender (adj) = นุ่มนวน อ่อนนุ่ม'yond (prep) = beyond โพ้น ไกลโพ้น แว่วประพันธ์คำร้อง โดย ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นครเพลงแว่วแผ่วกังวาน หวานใดปานเพลงรักระรื่น กลับคะนึงถึงวันคืน เคยชิดชื่นอุราแสงนวลประกายฉาย ผ่านฟ้าครามแลอร่ามตา เปรียบวงพักตร์ผ่องเพี้ยงจันทรา นวลแสงแววตาประกายหวังประสบ ฉันยังอยากพบเธอไม่วายรักมิหน่าย รักเราสุดหมายแลสุดหวังร้าวรอนเพลงสะท้อน แต่สำเนียงเพียงแผ่วแผ่วดัง โลกเรานี้แท้ไม่มียืนยง แต่ความรักเราจีรังคงคู่ฟ้ายั่งยืนร้าวรอนเพลงสะท้อน แต่สำเนียงเพียงแผ่วแผ่วดังโลกเรานี้ ที่แท้ไม่มี ยืนยงแต่ความรัก เราจีรังคงคู่ฟ้า ยั่งยืนเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๔๑ ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษพร้อมกันใน พ.ศ. ๒๕๐๘ ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย เพลงนี้วงดนตรีสุนทราภรณ์นำออกบรรเลงเป็นครั้งแรกในงานสังคีตมงคล ครั้งที่ ๑ ณ บริเวณพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๙
19 ตุลาคม 2560     |      1102
Dream Island (เกาะในฝัน)
Dream Island (เกาะในฝันเพลงพระราชนิพนธ์ของ ร.9ขับร้องโดย จินตนา สุขสถิตย์แปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์In a dream, I'm on a desert island, Waiting for you, hoping you've not forgotten.How happy, I would be to see you near. And how sorry, if you don't appear.            ในความฝันครั้งหนึ่ง ผมอยู่ที่เกาะในทะเลทรายแห่งหนึ่ง            รอคอยคุณ หวังว่าคุณจะไม่ลืมผม            มีความสุขมากที่ผมจะได้พบและอยู่ใกล้คุณ            และจะมีทุกข์มากถ้าคุณไม่ไปหาLike old time, we'd listen to the sea Which is like music leading to ecstasy.= state of extreme happinessThough knowing, it is no use to be blue, I keep dreaming, it may well come true            เหมือนดั่งเวลาเก่าก่อน เราเคยฟังเสียงทะเล            ซึ่งเหมือนดั่งดนตรีที่นำไปสู่ความสุขเหลือล้น            แม้รู้ว่า มันไม่มีประโยชน์อันใดที่จะรู้สึกเศร้า            ผมก็ยังฝันเสมอว่า มันอาจจะเป็นจริงได้Vocabulary Itemsappear(v) = ปรากฎ มาหาdesert(n) = ทะเลทราย ที่รกร้างว่างเปล่า กันดาร ไร้ผู้คนdream (v, n) = ฝัน ความฝันสภาวะจิตที่มีความสุขล้นforget, forgot, forgotten (v) = ลืมhope (v, n) = หวัง ความหวังI keep dreaming. = ผมก็ยังฝันเสมอisland(n) = เกาะIt is no use to be blue. มันไม่มีประโยชน์อันใดที่จะเศร้าIt may well come true. = มันอาจจะเป็นจริงได้lead to (v) = นำไปสู่music (n) = ดนตรีsea(n) = ทะเลwait(v) = รอคอยเกาะในฝันประพันธ์คำร้องโดย ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์ ฉันสุดปลื้ม ไม่ลืมเกาะงามที่เคยฝัน หลงเพ้อคำมั่น รำพันถึงความรักชื่นฉ่ำแสงจันทร์ผ่อง ส่องเป็นประกายบนผืนน้ำ เสียงสายลมพร่ำ คร่ำครวญเหมือนมนตราหาดทรายขาว หมู่ดาวพร่างพราวนภา รูปเงาเพราพริ้งตา ไยด่วนลาเลือนมลายฝันสุดสิ้น ไม่ยลไม่ยินน่าใจหาย ฝันถึงไม่หน่าย ไม่คลายร้างราเธอเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ ๔๐ ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องภาษาอังกฤษพร้อมกันใน พ.ศ. ๒๕๐๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค และหม่อมหลวงประพันธ์ สนิทวงศ์ ประพันธ์คำร้องภาษาไทยถวาย
19 ตุลาคม 2560     |      761
Can't You Ever See
Can’t You Ever See (คุณเคยเห็นไหม ทำนอง: พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช นิพนธ์คำร้องโดย: พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริขับร้องโดย (ผู้ใดไม่สามารถทราบได้แปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Can’t you ever see That I love you eternally? All my heart and my soul From now forever will belong to you.            คุณเคยเห็นไหมว่า            ผมรักคุณชั่วนิจนิรันดร์            หมดหัวใจและวิญญาณของผม            ตั้งแต่บัดนี้จวบจนนิรันดร์ผมจะเป็นของคุณCan’t you ever see Lovingly your I’ll always be? All my thoughts and my dreams, My whole life is just meant for you.            คุณเคยเห็นไหมว่า            ผมจะเป็นคนรักของคุณตลอดไป?            ความคิดและความฝันทั้งหลายของผม และ            ชีวิตของผมทั้งหมดมีความหมายสำหรับคุณเท่านั้นHow can I make you see I love you alone? I never could have you for my own I love you, love only you, Forever and ever I’m yours it’s true.            ผมสามารถทำให้คุณเห็นว่าผมรักคุณคนเดียวได้อย่างไร?            ผมคงไม่เคยได้คุณมาเป็นของผมเลย            ผมรักคุณ รักแต่เพียงคุณ            ตลอดไป และจะเป็นของคุณเสมอ มันเป็นความจริงLife is meaningless I’d never find my happiness, Without you I would die Can’t you see? I love only you.            ชีวิตไม่มีความหมายเลย            ผมจะไม่เคยพบกับความสุขเลยหากไม่มีคุณ ผมคงตายคุณเห็นไหมล่ะ? ผมรักแต่เพียงคุณเท่านั้นVocabulary Itemsalone(adv) = เพียงเท่นั้นbelong (v) = เป็นสมบัติของeternally (adv) = ชั่วนิจนิรันดร์forever (adv) = ตลอดไปlife (n) = ชีวิตlovingly (adv) = ด้วยความรัก ด้วยความห่วงใยmeaningless(adj) = ไม่มีความหมายsoul(n) = วิญญาณ จิตใจthought(n) = ความคิดwhole (adj) = ทั้งหมด ทั้งมวลเพลงพระราชนิพนธ์อันดับที่ ๒๒ ทรงพระราชนิพนธ์ใน พ.ศ. ๒๔๙๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ แล้วพระราชทานให้นำออกบรรเลงในงานรื่นเริง ประจำปีของสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ เวทีลีลาศสวนลุมพินี เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ๒๔๙๘ เพลงพระราชนิพนธ์ นี้ไม่มีคำร้องภาษาไทย
19 ตุลาคม 2560     |      1648
With A Child's Heart
With A Child's Heartด้วยหัวใจแบบเด็กStevie Wonderแปลโดย รศ.ดร. สุพัฒน์  สุกมลสันต์With a child's heart Go face the worries of the day With a child's heart Turn each problem into play No need to worry no need to fear Just being alive makes it all so very clearด้วยหัวใจแบบเด็กออกไปเผชิญกับความวิตกกังวลของวันด้วยหัวใจแบบเด็กเปลี่ยนแต่ละปัญหาให้เป็นของเล่นไม่จำเป็นต้องวิตกกังวล ไม่จำเป็นต้องกลัวเพียงแต่ทำตนให้มีชีวิตชีวาก็จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างชัดเจนมากWith a child's heart Nothing can ever get you down With a child's heart You've got no reason to frown Love is as welcome As a sunny sunny day No grown-up thoughts To lead our hearts astrayด้วยหัวใจแบบเด็กไม่มีอะไรที่สามารถทำให้คุณเศร้าหมองได้ด้วยหัวใจแบบเด็กคุณไม่มีเหตุผลที่จะต้องวิตกกังวลต้อนรับความรักเหมือนอย่างการต้อนรับแสงแดดจ้าของวันไม่ต้องมีความคิดแบบของผู้ใหญ่ที่จะนำพาหัวใจของเราไปไร้ทิศทางTake life easy, so easy nice and easy Like a child so gay and so carefree The whole world smiles with you As you go your merry way Oh with a child's heart Nothing's gonna get me downดำรงชีวิตง่ายๆ ทำตัวให้น่ารักง่ายๆ และทำให้ง่ายๆเหมือนกับเด็กที่ร่าเริงแจ่มใสและไร้ความวิตกกังวลใจโลกทั้งโลกจะยิ้มให้คุณขณะที่คุณดำเนินชีวิตอย่างร่าเริงโอ้..ด้วยหัวใจแบบเด็กไม่มีอะไรที่จะทำให้ผมเศร้าหมองได้Vocabulary Itemsastray (adv) = หลงทาง ไปอย่างไร้จุดหมาย ไปตามยะถากรรมbeing alive = ทำตนให้มีชีวิตชีวาcarefree (adj) = ไร้ความวิตกกังวลใจface (v) = เผชิญfear (v, n) = รู้สึกกลัว ความกลัวfrown (v) = ขมวดคิ้ว ครุ่นคิด วิตกกังวลgay (adj) = ร่าเริงแจ่มใสget someone down = ทำให้คนเศร้าหมองgonna = going togrown-up thoughts = ความคิดแบบของผู้ใหญ่lead (v) = นำพาmerry (adj) = สุขสันต์ ร่าเริงแจ่มใสno need = ไม่จำเป็นproblem (n) = ปัญหาreason (n) = เหตุผลwelcome (v) = ยินดีต้อนรับworry (v, n) = วิตกกังวล ความวิตกกังวล
20 กันยายน 2560     |      267
This Ol' Heart
This Ol’ Heartหัวใจเก่าดวงนี้Buck Owensแปลโดย รศ.ดร. สุพัฒน์  สุกมลสันต์This old heart has been around, it's been up and it's been downIt's been walked on all over town but it still looks for love to come aroundหัวใจเก่าดวงนี้อยู่แถวนี้นานแล้ว มันมีทั้งดีและเลวมันถูกเหยียบย่ำไปทั่วเมือง แต่ว่ามันยังคงแสวงหาความรักที่จะเกิดขึ้นIt's got memories of the past of love affairs that didn't lastIt's been stood up by every girl in town but it still looks for love to come aroundมันมีความทรงจำเรื่องความรักในอดีตที่มันยังไม่สิ้นสุดมันถูกหญิงสาวทุกคนในเมืองเหยียบย่ำ แต่มันยังคงแสวงหาความรักที่จะเกิดขึ้นAre you the next one to come along to give it hope and then do it wrongOr will it be true love that last and wipe out all the tears from the pastคุณเป็นคนต่อไปที่จะเข้ามาให้ความหวังแก่หัวใจนี้ และแล้วก็กระทำผิดใช่ไหม?หรือว่ามันจะเป็นรักที่แท้จริงซึ่งเป็นรักสุดท้ายและเช็ดน้ำตาทั้งหมดจากเรื่องในอดีต?Well this old heart...Oh yes it still looks for love to come around            อ้า...หัวใจดวงเก่านี้            ใช่เลย มันยังคงแสวงหาความรักที่จะเกิดขึ้นVocabulary Itemsall over town = ทั่วทั้งเมืองcome around (v) = ที่จะเกิดขึ้นlook for (v) = ค้นหาlove affairs = เรื่องรักๆใคร่ๆmemory (n) = ความทรงจำol' = old (adj)  เก่า แก่ ตั้งเดิมto be around = อยู่แถวๆนี้to come along = ที่จะตามมา ที่จะเกิดขึ้นต่อไปwipe out (v) = เช็ดออก Expressionsall the tears from the past = น้ำตาทั้งหมดตั้งแต่อดีตAre you the next oneคุณเป็นคนถัดไปหรือเปล่า?It's been up and it's been down. = มันมีทั้งดีและเลว มันมีทั้งโชคดีและโชคร้ายIt's been walked on = มันถูกเหยียบย่ำOr will it be true loveหรือว่ามันจะเป็นความรักแท้?That didn't last. = ที่ไม่สิ้นสุดthat last = ที่สิ้นสุดTo be stood up = ที่ถูกเหยียบย่ำTo give it hope and then do it wrong = ที่จะให้วามหวัง และแล้วก็ทำให้เกิดความผิดหวังอีก
20 กันยายน 2560     |      242
The Curse of An Aching Heart
The Curse of An Aching Heart (คำสาปแช่งของหัวใจที่เจ็บปวด)Frank Sinatraแปลโดย รศ.ดร. สุพัฒน์  สุกมลสันต์You made me what I am today, I hope you're satisfied, You dragged and dragged me down until the soul within me died. You've shattered each and every dream, fooled me right from the start. And though you're not true, may God bless you, That's the curse of an aching heart.คุณทำให้ผมเป็นเช่นนี้ในวันนี้ ผมหวังว่าคุณคงพอใจคุณดึงลากผมลงต่ำจนกระทั่งวิญญาณของผมตายไปแล้วคุณทำให้ความฝันทั้งหลายพังทลายลงอย่างย่อยยับ หลอกลวงผมตั้งแต่แรกเริ่มและแม้ว่าคุณไม่ซื่อสัตย์ ขอให้พระผู้เป็นเจ้าจงอวยพรให้คุณนั่นคือคำสาปแช่งของหัวใจที่เจ็บปวดYou made me what I am today, I should hope you're satisfied, You dragged, you dragged me down until the soul within me died. You've shattered each and every dream, you fooled me right from the start. And although you're not true, may God bless you, That's the curse of an aching heart.คุณทำให้ผมเป็นเช่นนี้ในวันนี้ ผมควรจะหวังว่าคุณคงพอใจคุณดึงลากผมลงต่ำจนกระทั่งวิญญาณของผมตายไปแล้วคุณทำให้ความฝันทั้งหลายพังทลายลงอย่างย่อยยับ คุณหลอกลวงผมตั้งแต่แรกเริ่มและแม้ว่าคุณไม่ซื่อสัตย์ ขอให้พระผู้เป็นเจ้าจงอวยพรให้คุณนั่นคือคำสาปแช่งของหัวใจที่เจ็บปวดVocabulary Itemsaching (v+ing) = ที่กำลังเจ็บปวดalthough (conj) = แม้ว่าbless (v) = อวยพรcurse (v, n) = ด่าทอ คำสาปแช่งdrag (v) = ลากดึงeach and every = ทุกๆอย่างfool (v, n) = หลอกลวง คนโง่satisfied (pp) = พึงพอใจshatter (v) = ทำให้แตกย่อยยับ ทำให้แตกเป็นเสี่ยงๆthough (conj) = แม้ว่า
20 กันยายน 2560     |      287
Zing! Went the Strings of My Heart
Zing! Went the Strings of My Heart ปิ้งฉันรู้สึกมีความสุขเหลือล้นJudy Garlandแปลโดย รศ.ดร. สุพัฒน์ สุกมลสันต์[1] Dear when you smiled at me, I heard a melody It haunted me from the start Something inside of me started a symphony Zing! Went the strings of my heartที่รัก เมื่อคุณยิ้มให้ฉัน ฉันก็ได้ยินเสียงทำนองดนตรีมันเข้าสิงฉันตั้งแต่เริ่มแรกบางอย่างในตัวฉันเริ่มต้นเป็นวงดนตรีประสานเสียงปิ้ง! ฉันรู้สึกมีความสุขเหลือล้น[2] 'Twas like a breath of Spring, I heard a robin sing About a nest set apart All nature seemed to be in perfect harmony Zing! Went the strings of my heartมันเหมือนลมหายใจในฤดูใบไม้ผลิ ฉันได้ยินเสียงนักกางเขนร้องเกี่ยวกับรังของมันที่อยู่ไกลออกไปทุกอย่างในธรรมชาติดูเหมือนว่าจะกลมกลืนกันได้อย่างสมบูรณ์ปิ้ง! ฉันรู้สึกมีความสุขเหลือล้น[3] Your eyes made skies seem blue again What else could I do again But keep repeating through and through "I love you, love you"ตาของคุณทำให้ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงินอีกครั้งหนึ่งมีอะไรอื่นอีกล่ะที่ฉันจะสามารถทำได้อีก?นอกจากร้องซ้ำๆครั้งแล้วครั้งเล่าว่าฉันรักคุณ รักคุณ[4] I still recall the thrill, I guess I always will I hope 'twill never departI knew I love you keepsAnd you’re mine for keepsZing! Went the strings of my heartฉันยังคงนึกถึงความตื่นเต้นได้ ฉันคิดว่าฉันจะจำได้ตลอดไปฉันหวังว่า สิ่งนี้จะไม่มีวันเลือนหายไปได้เลยฉันรู้ว่าฉันรักคุณเช่นนี้และคุณก็เป็นของฉันที่เป็นเช่นนี้ปิ้ง! ฉันรู้สึกมีความสุขเหลือล้น[1] [2] [3] [4]Vocabulary Itemsabout (prep) = เกี่ยวกับagain (adv) = อีกครั้งหนึ่งblue (adj) = สีน้ำเงินbreath (n) = การหายใจcome along (v) = เกิดขึ้นพร้อมกัน อยู่ที่นั้น ไปด้วยกันdear (n) = ที่รักdepart (v) =เลือนหายไป ละทิ้ง เริ่มต้นออกเดินทาง ตายelse (pro) = สิ่งอื่น อย่างอื่นguess (v) = เดา คิดharmony (n) = ความกลมกลืนhaunt (v) = สิง สิงสู่melody (n) = ทำนองเพลงnest (n) = รังนกperfect (adj) = สมบูรณ์ ไม่มีที่ตำหนิrecall (v) = ระลึกถึง นึกถึงrepeat (v) = ทำซ้ำrobin (n) = นกกางเขนset apart = ห่างไกลออกไป ดีเป็นพิเศษ แตกต่างจากปกติsky (n) = ท้องฟ้าsmile at (v) = ยิ้มให้Spring (n) = ฤดูใบไม่ผลิstart (v) = เริ่มต้นsymphony (n) = ดนตรีประสานเสียงthrill (n) = ความตื่นเต้นเร้าใจ'twas = that was, this was'twill = that will, this willwrong (adj) = ผิด ผิดพลาดzing! (n) = เสียงเริ่มต้นดนตรีปิ้งExpressionsAll nature seemed to be in perfect harmony. =ทุกอย่างในธรรมชาติดูเหมือนว่ากลมกลืนกันได้อย่างสมบูรณ์carry a tune = ร้องเพลงตามทำนองYou put a song in my heart = คุณทำให้หัวใจฉันมีดนตรี คุณทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขWent the strings of my heart สายเส้นของหัวใจฉันทำงาน ฉันรู้สึกมีความสุขเหลือล้น
20 กันยายน 2560     |      268
My Heart Has a Mind of Its Own
My Heart Has a Mind of Its Own (หัวใจของฉันมีจิตใจของมันเองConnie Smithแปลโดย รศ.ดร. สุพัฒน์  สุกมลสันต์I told this heart of mine, our love could never be But then I hear your voice and something stirs inside of me Somehow I can't dismiss, the mem'ry of your kiss Guess my heart has a mind of its own            ฉันบอกหัวใจของฉันว่า ความรักของเราไม่สามารถเป็นไปได้            แต่แล้วฉันได้ยินเสียงของคุณ และมีบางอย่างทำให้ภายในของฉันปั่นป่วน            ไม่รู้ว่าเพราะอะไรฉันจึงไม่สามารถลืมการจูบของคุณได้            เดาได้ว่า หัวใจของฉันมีจิตใจของมันเองNo matter what I'd do, no matter what I'd say No matter how I feel, I just can't turn the other way When I'm with someone new, I always think of you Guess my heart has a mind of its own            ไม่ว่าฉันจะทำอะไร ไม่ว่าฉันจะพูดอะไร            ไม่ว่าฉันจะรู้สึกอย่างไร ฉันไม่สามารถคิดถึงเรื่องอื่นได้เลย            เมื่อฉันอยู่กับชายอื่นคนใหม่ ฉันคิดถึงคุณเสมอ            เดาได้ว่า หัวใจของฉันมีจิตใจของมันเองYou're not in love with me, so why can't I forget I'm just your used to be, it's wrong and yet I know forgetting you would be a hopeless thing For I'm a puppet and I just can't seem to break the string            คุณไม่ได้รักฉัน ดังนั้นทำไมฉันไม่สามารถลืมคุณได้            ฉันเป็นเพียงคนที่คุณเคยรัก เป็นอย่างนี้มันผิด และแต่ว่า            ฉันรู้ว่าการลืมคุณเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้            เนื่องจากฉันเป็นหุ่นชัก และดูเหมือนว่าฉันไม่สามารถจะสลัดขาดจากเชือกชักได้I say I'll let you go but then my heart says no Guess my heart has a mind of its own Yes, my heart has a mind of its own            ฉันพูดว่าฉันจะปล่อยให้คุณไป แต่แล้วหัวใจของฉันพูดปฎิเสธ            เดาได้ว่า หัวใจของฉันมีจิตใจของมันเอง            ใช่แล้ว หัวใจของฉันมีจิตใจของมันเองVocabulary Itemsdismiss(v) = ยกเลิกforget(v) = ลืมguess (v) = เดา คาดเดา คิดคาดเดาheart of mine = my hearthopeless (adj) = สิ้นหวัง เป็นไปไม่ได้inside(prep) = ภายในmem'ry= memorypuppet (n) = หุ่นชักstir(v) = กวน ปั่นป่วน string(n) = เชือกthink of (v) = คิดถึงto be in love with = รักกับvoice (n) = เสียงExpressionsa mind of its own= จิตใจของมันเองI just can't turn the other wayคิดถึงเรื่องอื่นไม่ได้เลยI'm just your used to beฉันเป็นเพียงคนที่เคยเป็นคนรักเก่าของคุณเท่านั้น
20 กันยายน 2560     |      380
My Heart Dances
My Heart Dances (หัวใจผมสั่นไหวระรัว) Elton Johnแปลโดย รศ.ดร. สุพัฒน์ สุกมลสันต์I see you in the distance and I see us as we are So nearly so contented but a careless word too far I see you in confusion for a once enchanted boy My heart dances, oh oh, but not for joyผมเห็นคุณแต่ไกล และผมเห็นเราอย่างที่เราเป็นอยู่ที่ใกล้ชิดกันมากทำให้เกิดความพึงพอใจมาก แต่ใช้ถ้อยคำที่ไม่ระมัดระวังมากเกินไปผมเห็นคุณรู้สึกสับสนกับเด็กผู้ชายที่ครั้งหนึ่งรู้สึกหลงไหลคุณหัวใจของผมสั่นไหวระรัว โอ้..โอ้..แต่ไม่ใช่ด้วยความสุขหรรษาI longed to love you better but I swear I don't know how You could have been my future but I had to have it now The things we love completely we are fated to destroy My heart dances, oh oh, but not for joyผมถวิลหาที่จะรักคุณให้ดีกว่านี้ แต่ว่าผมสาบานได้ว่า ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรคุณน่าจะเป็นอนาคตของผมได้ แต่ว่าผมจำเป็นต้องมีคุณในขณะนี้สิ่งที่เรารัก เราถูกลิขิตให้ทำลายมันอย่างหมดสิ้นหัวใจของผมสั่นไหวระรัว โอ้..โอ้..แต่ไม่ใช่ด้วยความสุขหรรษาIt's easy to be certain that another's heart will fall Much harder to be certain of your own It moves you, and inspires you then it drives you to the wall And leaves you so excited but aloneมันง่ายที่จะบอกได้แน่นอนว่า หัวใจของอีกฝ่ายหนึ่งจะแตกสะลายมันยากกว่ามากที่จะบอกได้แน่นอนในเรื่องของเราเองมันดันให้คุณไปข้างหน้า และให้แรงบังดาลคุณ แล้วมันผลักดันคุณไปชนกำแพงและมันปล่อยให้คุณรู้สึกตื่นเต้นมาก แต่ว่าโดดเดี่ยวตามลำพังMy heart dances, oh oh My heart dances, oh oh My heart dances, oh oh, but not for joy But not for joy But not for joy But not for joyหัวใจของผมสั่นไหวระรัว โอ้..โอ้..หัวใจของผมสั่นไหวระรัว โอ้..โอ้..หัวใจของผมสั่นไหวระรัว โอ้..โอ้..แต่ว่าไม่ใช่ด้วยความสุขหรรษาแต่ว่าไม่ใช่ด้วยความสุขหรรษาแต่ว่าไม่ใช่ด้วยความสุขหรรษาแต่ว่าไม่ใช่ด้วยความสุขหรรษาVocabulary Itemsalone (adj/adv) = อยู่ตามลำพัง อย่างโดดเดี่ยวcareless (adj) = เสพล่า ไม่ระมัดระวังconfusion (n) = ความสับสน ความงวยงงcontented (p.p.) = รู้สึกพึงพอใจdance (v) = เต้นรำ เต้นอย่างเริงร่า สั่นไหวระรัวenchanted (p.p.) m= รู้สึกหลงใหล รู้สึกเคลิบเคลิ้มexcited (p.p) = รู้สึกตื่นเต้นinspire (v) = บันดานใจjoy (n) = ความสุขหรรษา ความยินดีปรีดาleave (v) = ปล่อยให้ ละทิ้งให้long to (v) = ถวิลหา เฝ้าฝันถึง ตั้งตารอคอยmove (v) = ผลักดันnearly (adj) = ใกล้ชิดswear (v) = สาบานExpressionsI had to have it now. = ผมจำเป็นต้องมีมันคุณตอนนี้The things we love completely we are fated to destroy. สิ่งที่เรารัก เราถูกลิขิตให้ทำลายมันอย่างหมดสิ้นIt's easy to be certain = มันง่ายที่จะบอกได้แน่นอนI don't know how. = ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีin the distance = ตั้งแต่ไกลIt drives you to the wall. = มันผลักดันให้คุณหลังชนกำแพง มันทำให้คุณจนปัญญาYou could have been my future. = คุณควรจะได้เป็นอนาคตของผม
20 กันยายน 2560     |      362
My Heart and I
My Heart and IหัวใจผมและตัวผมRichard Tauberแปลโดย รศ.ดร. สุพัฒน์  สุกมลสันต์[1] We are in love with you, my heart and I And we are always true, my heart and I When you are far away each smile's a tear But it's a lovely day when you are near Maybe that love is blind when passion rules And that my heart and I are just two fools And yet my darling if you ever say goodbye I know we both should die, my heart and Iเรา-หัวใจของผมและตัวผมรักคุณและเรา-หัวใจของผมและตัวผมซื่อสัตย์อยู่เสมอเมื่อคุณอยู่ห่างไกล การยิ้มแต่ละครั้งคือหยาดน้ำตาแต่ว่ามันเป็นวันที่น่ารัก เมื่อคุณอยู่ใกล้อาจเป็นไปได้ว่าความรักนั้นทำให้ตาบอด เมื่อมีความใคร่ครอบงำและตอนนั้น หัวใจของผมและตัวผมเป็นเพียง 2 สิ่งที่โง่เขลาและแต่ว่า ที่รักของผม ถ้าคุณเคยกล่าวคำอำลาจากผมรู้ว่า เราทั้งคู่-หัวใจของผมและตัวผมควรจะตายOnce in a lifetime a love dream comes true Just once in a lifetime or never I met my fate on the day I met you The moment you kissed me I knew Strange fascination seems to fill and hold me Fateful temptation such as no one ever told me Everything I would endure for you Come what may, oh, I'll keep smiling through My heart is yours so you just take it It's only asking not to break itนานๆครั้ง ความฝันเรื่องความรักถึงจะเป็นจริงเพียงแต่นานๆครั้ง หรือไม่ก็ไม่มีเลยผมเผชิญกับโชคชะตาของผมในวันที่ผมได้พบกับคุณวินาทีที่คุณจูบผม ผมรู้ว่าความเสน่หาที่แปลกรู้สึกว่าบังเกิดขึ้นและตรึงตราผมไว้ความเย้ายวนที่โชคชะตากำหนดไว้เช่นนั้นไม่เคยมีใครบอกผมให้รู้มาก่อนทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมต้องอดทนเพื่อคุณอะไรจะเกิดขึ้นก็เกิดขึ้น โอ้...ผมได้แต่ยิ้มสู้เพื่อเผชิญปัญหาหัวใจของผมเป็นของคุณ ดังนั้น จงเพียงแต่รับเอาหัวใจผมไปมันเพียงแต่ขอร้องว่า อย่าทำให้มันแตกสะลาย[1]Vocabulary Itemsbe far away = อยู่ห่างไกลbe in love with = หลงรักกับblind (adj/n) = ตาบอด คนตาบอดendure (v) = อดทนfascination (n) = เสน่ห์fate (n) = โชคชะตา กรรมเวรFateful (adj) = พรหมลิขิต เป็นเวรเป็นกรรม เป็นโชคชะตาfool (n) = คนโง่ คนเขลาlovely (adj) = น่ารักpassion (n) = ความรักใคร่ ความใคร่ ดำกฤษณา ความรู้สึกรักที่รุนแรงrule (v) = ครอบงำ ปกครอง ทีอำนาจเหนือtear (n) = น้ำตาtemptation (n) = ความเย้ายวนใจExpressionsCome what may = อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดI'll keep smiling through. = ผมจะยิ้มสู้ปัญหาต่อไปIt's only asking not to break it. = มันเพียงแต่ขอร้องว่า อย่าทำให้มันแตกสะลายOnce in a lifetime = นานๆครั้ง
20 กันยายน 2560     |      250
My Foolish Heart
My Foolish Heartหัวใจที่โง่เขลาของผมRod Stewartแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์The night is like a lovely tune Beware my foolish heart How white the heaven constant moon Take care, my foolish heart.กลางคืนก็เหมือนทำนองดนตรีที่น่ารักระวังนะหัวใจที่โง่เขลาของผมดวงจันทร์มันช่างเป็นสีขาวตลอดเวลาเลยนะดูแลตัวเองนะ เจ้าหัวใจที่โง่เขลาของผม[1] There's a line between love and fascination That's so hard to see on an evening such as this For they both give the very same sensation When you are lost in the passion of a kiss.มีเส้นแบ่งระหว่างความรักและความหลงใหลเส้นแบ่งนี้ยากที่จะมองเห็นในตอนกลางคืนเช่นนี้เนื่องจากทั้งสองอย่างให้ความรู้สึกที่เหมือนกันมากจริงๆเมื่อคุณตกอยู่ในราคะของการจูบFor her lips are much too close to mine Beware my foolish heart But should our eager lips combine Then let the fire start.เนื่องจากริมฝีปากเธอใกล้กับริมฝีปากของผมมากระวังนะหัวใจที่โง่เขลาของผมแต่หากริมฝีปากที่กระหายอยากของเราสัมผัสกันแล้วก็ปล่อยให้ไฟราคะมันติดลุกโชนเถอะFor this time it isn't fascination Of a dream that will fade and fall apart It's love this time, it's love, my foolish heart.เนื่องจากครั้งนี้มันไม่ใช่ความหลงใหลของความฝันที่จะจางหายและแตกสลายไปครั้งนี้มันคือความรัก มันคือความรัก เจ้าหัวใจที่โง่เขลาของผมเอ๋ย[1]Vocabulary Itemsbeware (v) = ระวังcombine (v) = เชื่อมประสาน รวมกันconstant (adj) = ติดต่อ ต่อเนื่อง คงที่eager (adj) = กระหายอยาก กระตือรือร้นfade (v) = จางหายไปfall apart (v) = ตกแตกเป็นเสี่ยงๆfascination (n) = ความหลงใหลfoolish (adj) = โง่งม โง่เขลา magic (n) = ความมีเสน่ห์ ความมหัสจรรย์passion (n) = ตัณหา ราคะ ความหลงไหลShould our eager lips combine = ถ้าริมฝีปากที่กระหายอยากของเราสัมผัสกัน (should = if)
20 กันยายน 2560     |      276
My Foolish Heart
My Foolish Heartหัวใจที่โง่เขลาของฉันJane Morganแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์The night is like a lovely tune Beware my foolish heart How white the even constant moon Take care, my foolish heart.กลางคืนก็เหมือนทำนองดนตรีที่น่ารักระวังนะหัวใจที่โง่เขลาของผมดวงจันทร์มันช่างเป็นสีขาวตลอดเวลาเลยนะดูแลตัวเองนะ เจ้าหัวใจที่โง่เขลาของฉันเอ๋ยThere's a line between love and fascination That's so hard to see on an evening such as this For they both give the very same sensation When you are lost in the magic of a kiss.มีเส้นแบ่งระหว่างความรักและความหลงใหลเส้นแบ่งนี้ยากที่จะมองเห็นในตอนกลางคืนเช่นนี้เนื่องจากทั้งสองอย่างให้ความรู้สึกที่เหมือนกันมากจริงๆเมื่อคุณตกอยู่ในความมีเสน่ห์การจูบ[1] His lips are much too close to mine Beware my foolish heart But should our eager lips combine Then let the fire start.เนื่องจากริมฝีปากเขาใกล้กับริมฝีปากของฉันมากระวังนะหัวใจที่โง่เขลาของฉันแต่ถ้าริมฝีปากที่อยากกกระหายของเราสัมผัสกันแล้วก็ปล่อยให้ไฟราคะมันติดลุกโชนเถอะFor this time it isn't fascination Of a dream that will fade and fall apart It's love this time, it's love, my foolish heart.เนื่องจากครั้งนี้มันไม่ใช่ความหลงใหลของความฝันที่จะจางหายและแตกสลายไปครั้งนี้มันคือความรัก มันคือความรัก เจ้าหัวใจที่โง่เขลาของฉันเอ๋ย[1]Vocabulary Itemsbeware (v) = ระวังcombine (v) = เชื่อมประสาน รวมกันconstant (adj) = ติดต่อ ต่อเนื่อง คงที่eager (adj) = กระหายอยาก กระตือรือร้นfade (v) = จางหายไปfall apart (v) = ตกแตกเป็นเสี่ยงๆfascination (n) = ความหลงใหลfoolish (adj) = โง่งม โง่เขลา magic (n) = ความมีเสน่ห์ ความมหัสจรรย์passion (n) = ตัณหา ราคะShould our eager lips combine = ถ้าริมฝีปากที่กระหายอยากของเราสัมผัสกัน (should = if)
20 กันยายน 2560     |      306
ทั้งหมด 42 หน้า