Half of My Heart (ครึ่งหนึ่งของหัวใจผม)

John Mayer

แปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์

I was born in the arms of imaginary friends
Free to roam, made a home out of everywhere I've been
Then you come crashing in, like the realest thing
Trying my best to understand all that your love can bring
Oh half of my heart's got a grip on the situation

            ผมเกิดมาในอ้อมแขนของเพื่อนในจินตนาการ

            มีเสรีภาพในการท่องเที่ยว ทำทุกหนทุกแห่งที่ผมไปเป็นบ้าน

            แล้วคุณก็เข้ามาโดยผมไม่ได้คาดคิด เหมือนดั่งสิ่งของที่เป็นจริงที่สุด

            ผมพยายามที่สุดที่จะเข้าใจถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ความรักคุณจะสามารถนำมาให้

            โอ้…ครึ่งหนึ่งของหัวใจผมยังยึดติดอยู่กับสถานะการณ์เดิม

[1] Half of my heart takes time
Half of my heart's got a right mind to tell you
That I can't keep loving you (can't keep loving you)
Oh, with half of my heart

            ครึ่งหนึ่งของหัวใจผมใช้เวลา

            ครึ่งหนึ่งของหัวใจผมตัดสินใจแน่วแน่ที่จะบอกคุณ

            ว่าผมไม่สามารถรักคุณต่อไปได้ (ไม่สามารถรักคุณต่อไปได้)

 โอ้…ด้วยครึ่งหนึ่งของหัวใจผม

I was made to believe I'd never love somebody else
I made a plan, stay the man who can only love himself
Lonely was the song I sang, 'till the day you came
Showing me a another way and all that my love can bring
Oh half of my heart's got a grip on the situation

            ผมได้รับการเลี้ยงดูมาให้เชื่อว่าผมจะไม่รักใครได้อีกเลย

            ผมได้วางแผนไว้แล้วว่าจะอยู่เป็นคนที่รักตัวเองเท่านั้น

  ผมเคยร้องเพลงเศร้าๆเหงาๆ จนกระทั่งถึงวันที่คุณเข้ามา

  ครึ่งหนึ่งของหัวใจผมยังยึดติดอยู่กับสถานะการณ์เดิม

[1]

With half of my heart
Your faith is strong
But I can only fall short for so long
Down the road, later on
You will hate that I never gave more to you than half of my heart
But I can't stop loving you
(I can't stop loving you)
I can't stop loving you

            ด้วยครึ่งหนึ่งของหัวใจผม

            ความศรัทธาของคุณเข้มแข็ง

            แต่ว่า ผมเพียงขาดสนเงินทองเป็นเวลานานเท่านั้น

            ใช้ชีวิตตามท้องถนน ในระยะหลังจากนั้น

            คุณจะเกลียดที่ผมไม่เคยให้คุณได้ไม่มากกว่าครึ่งหนึ่งของหัวใจผม

            แต่ผมไม่สามารถหยุดรักคุณได้

  (ผมไม่สามารถหยุดรักคุณได้)

  ผมไม่สามารถหยุดรักคุณได้

(I can't stop loving you)
I can't stop loving you with half of my
Half of my heart
Oh, half of my heart

 (ผมไม่สามารถหยุดรักคุณได้)

 ผมไม่สามารถหยุดรักคุณได้ด้วยครึ่งหนึ่งของหัวใจผม

 ครึ่งหนึ่งของหัวใจผม

 โอ้…ครึ่งหนึ่งของหัวใจผม

Half of my heart's got a real good imagination
Half of my heart's got you
Half of my heart's got a right mind to tell you
That half of my heart won't do
Half of my heart is a shotgun wedding
To a bride with a paper ring
And half of my heart is the part of a man
Who's never truly loved anything
Half of my heart

            ครึ่งหนึ่งของหัวใจผมมีจินตนาการที่ดีมาก

            ครึ่งหนึ่งของหัวใจผมมีคุณ

            ครึ่งหนึ่งของหัวใจผมได้ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะบอกคุณ

            ว่าครึ่งหนึ่งของหัวใจผมจะไม่ยอมรักคุณ

            ครึ่งหนึ่งของหัวใจผมเป็นเหมือนการแต่งงานที่ถูกบังคับด้วยปืน

            มอบให้กับเจ้าสาวได้ด้วยแหวนกระดาษ

            และครึ่งหนึ่งของหัวใจผมเป็นส่วนหนึ่งของผู้ชาย

            ผู้ซึ่งไม่เคยรักอะไรอย่างจริงจัง

            ครึ่งหนึ่งของหัวใจผม

Oh, half of my heart
Half of my heart
Oh, half of my heart
Half of my heart
Oh, half of my heart

 โอ้…ครึ่งหนึ่งของหัวใจผม

 ครึ่งหนึ่งของหัวใจผม

 โอ้…ครึ่งหนึ่งของหัวใจผม

 ครึ่งหนึ่งของหัวใจผม

 โอ้…ครึ่งหนึ่งของหัวใจผม

  *************************************************

Vocabulary Items

  • bride (n) = เจ้าสาว
  • else (adv) = อันอื่น สิ่งอื่นอีก
  • faith (n) = ความศรัทธา
  • grip (n) = การจับยึดแน่น
  • hate (v) = เกลียด
  • imaginary (n) = จินตนาการ
  • lonely (adj) = โดดเดี่ยว เหงา เปล่าเปลี่ยว (adv) ตามลำพัง อยู่คนเดียว
  • real (adj) = จริง เป็นจริง
  • ring (n) = แหวน
  • roam (v) = ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ
  • short gun (n) = ปืนสั้น
  • situation (n) = สถานะการณ์
  • truly (adv) = อย่างจริงใจ
  • wedding (n) = การแต่งงาน

Expressions

  • a shotgun wedding = การแต่งงานที่ถูกบังคับ
  • come crashing in = เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน
  • down the road = ไปตามท้องถนน
  • fall short for so long = ขาดแคลนเงินทองเป็นเวลานาน
  • get a grip on = จับยึดมั่นที่...
  • get a right mind = ตั้งใจแน่วแน่
  • I can't keep loving you. = ผมไม่สามารถรักคุณต่อไปได้ [Can’t keep (on) + v-ing ] = ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้
  • I can't stop loving you. = ผมไม่สามารถหยุดรักคุณได้ [Can’t stop + v-ing ] = ไม่สามารถหยุดดำเนินต่อไปได้
  • I was made to believe = ผมถูกสร้าง/ถูกอบรมสั่งสอนมาให้เชื่อว่า
  • like the realest thing = เหมือนสิ่งของจริงๆมาก
  • made a home out of everywhere I've been = เอาสถานที่ไหนก็ได้เป็นบ้าน
  • paper ring = แหวนกระดาษ ของที่ไร้ค่า
  • stay the man who can only love himself = คงความเป็นชายผู้ที่รักตัวเองเท่านั้น
  • takes time = ใช้เวลา
  • that half of my heart won't do = อีกครึ่งหนึ่งของหัวใจไม่ปฏิบัติตาม (ไม่ยอมรักคุณ)
  • the part of a man = ส่วนหนึ่งของความเป็นคน
  • try one’s best = พยายามให้ดีที่สุด

 *********************************************************

 

ปรับปรุงข้อมูล : 2/4/2560 22:08:26     ที่มา : MJU Radio English     จำนวนผู้เปิดอ่าน : 1288

กลุ่มข่าวสาร :

ข่าวล่าสุด

Work from Home
Work from Home (ทำงานจากที่บ้านFifth Harmonyแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์I ain't worried 'bout nothin' I ain't wearin' na nada I'm sittin' pretty, impatient, but I know you gotta Put in them hours, I'mma make it hotter I'm sending pic after picture, I'mma get you firedฉันไม่ได้กังวลเกี่ยวกับอะไรเลย ฉันไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอะไรเลยนะ ฉันนั่งทำเป็นสวยน่ารัก ใจร้อน แต่ฉันรู้ว่าคุณต้อง สวมใส่พวกนั้นเป็นชั่วโมง ฉันจะทำตัวเองซ่ามากกว่า ฉันกำลังส่งรูปภาพหลายรูป ฉันจะทำให้คุณโดนไล่ออก[1] I know you're always on the night shift But I can't stand these nights alone And I don't need no explanation 'Cause baby, you're the boss at homeฉันรู้ว่าคุณทำงานกะกลางคืนอยู่เสมอ แต่ฉันไม่สามารถทนอยู่คนเดียวในค่ำคืนเหล่านี้ได้ และฉันไม่ต้องการคำอธิบายใด ๆ เพราะว่าที่รักคุณเป็นเจ้านายที่บ้าน[2] You don't gotta go to work, work, work, work, work, work, work But you gotta put in work, work, work, work, work, work, work You don't gotta go to work, work, work, work, work, work, work Let my body do the work, work, work, work, work, work, work, work We can work from home, oh, oh, oh oh We can work from home, oh, oh, oh ohคุณไม่จำเป็นต้องไปทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน แต่คุณต้องใช้เวลาทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน คุณไม่จำเป็นต้องไปทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน ปล่อยให้ร่างกายของฉันทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน เราสามารถทำงานจากที่บ้านได้ โอ้...โอ้...โอ้...โอ้... เราสามารถทำงานจากที่บ้านได้ โอ้...โอ้...โอ้...โอ้... Let's put it into motion I'ma give you a promotion I'll make it feel like a vacay, turn the bed into an ocean We don't need nobody, I just need your body Nothin' but sheets in between us, ain't no getting off earlyเราลองนำไปใช้ดูเถอะ ฉันจะให้การส่งเสริมคุณ ฉันจะทำให้มันรู้สึกเป็นวันหยุดงาน เปลี่ยนเตียงเป็นมหาสมุทร เราไม่ต้องการใครเลย ฉันแค่ต้องการร่างกายของคุณเท่านั้น ไม่ต้องมีอะไรเลยนอกจากผ้าปูที่นอนระหว่างเรา ไม่ต้องถอดอะไรออกก่อน[1] [2]Girl, go to work for me Can you make it clap, no hands for me? Take it to the ground, pick it up for me Look back at it all over me Put in work like my timesheet She ride it like a '63 I'ma buy her no Celine Let her ride in a foreign with me Oh, she the bae, I'm her boo And she down to break the rules Ride or die, she gon' go I'm gon' judge, she finesse I pipe up, she take that Putting overtime on your bodyหญิงสาวเอ๋ย จงไปทำงานให้ฉัน คุณสามารถทำให้มันปรบมือได้ไหม โดยไม่ต้องตบมือให้ฉันนะ? นำมันลงไปที่พื้น หยิบมันขึ้นมาเพื่อฉัน มองย้อนกลับไปที่มันทั่วตัวของฉัน ใส่ไปในงานเหมือนกับบันทึกชั่วโมงทำงานของฉัน เธอขับมันเหมือนรถ Celine รุ่น 1963 (รุ่นไฟหน้าขนาดใหญ่มาก ฉันจะไม่ซื้อรถยนต์ Celine ให้เธอ ปล่อยให้เธอนั่งรถหรูจากต่างประเทศกับฉัน โอ้เธอเป็นคนสำคัญ ฉันเป็นคนรักของเธอ และเธอก็เศร้าที่ทำลายกฎ ขับขี่หรือตาย เธอจะต้องไป ฉันจะเป็นผู้ตัดสินว่าเธอมีความละเอียดมากเพียงใด ฉันส่งเสียงดัง เธอยอมรับสิ่งนั้นได้ ใช้เวลาให้มากบนร่างกายของคุณ[2]Yeah, we can work from home Yeah, we can work from home Yeahใช่แล้ว เราสามารถทำงานจากที่บ้านได้ ใช่เลย เราสามารถทำงานจากที่บ้านได้ ใช่แล้วVocabulary Itemsall over (prep) = ทั่ว ครบถ้วนand she down to break the rulesbae = before anyone else (n) = คนสำคัญ (slang)boo (n) = เพื่อนชาย เพื่อนหญิง คู่รัก กัญชา (slang)'bout/about (prep) = เกี่ยวกับclap (v) = ปรบมือexplanation (n) = คำอธิบาย การอธิบายfinesse (n) = ความละเอียดมาก ความเป็นศิลปะชั้นสูงforeign (n) = รถยนต์หรู ราคาแพง ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ferrari, lamborghini และ porsche เป็นต้นgon’ = go on (ทำต่อไป ดำเนินต่อไปgotta = going to (จะground (n) = พื้นดินhotter (adj) = ร้อนแรงกว่า ซ่ากว่า เจ๋งกว่าimpatient (adj) = ใจร้อน กระวนกระวายใจlet (v) = ปล่อยให้ อนุญาตให้look back at (v) = เหลียวกลับไปมองดูna nada = nothing (pro) = ไม่มีอะไรเลย ภาษาสเปนnight shift (n) = กะทำงานกลางคืนocean (n) = มหาสมุทรpic after picture = รูปแล้วรูปเล่าpick up (v) = เก็บขึ้น ถอนขึ้น หยิบขึ้น รับขึ้นpipe up (v) = พูดเสียงดังpretty (adj) = สวยน่ารักpromotion (n) = การส่งเสริม การสนับสนุนmotion (n) = การเคลื่อนไหว การเริ่มต้น การใช้จริง การปฎิบัติput in (v) = ใส่ลงไป บรรจุลงไปput in (v) = สวมใส่ride (v) = ขับรถยนต์take to (v) = นำไปสู่timesheet (n) = บันทึกชั่วโมงทำงานturn into (v) = เปลี่ยนเป็นvacay (n) = vacation (วันหยุดwear (v) = สวมใส่เสื้อผ้าworry (v) = วิตกกังวลใจExpressionsI ain't wearin' na nada = I'm wearing nothing. ฉันไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอะไรเลยนะI can't stand these nights aloneฉันไม่สามารถทนอยู่คนเดียวในค่ำคืนเหล่านี้ได้I'm sittin' pretty. = ฉันนั่งทำเป็นสวยน่ารักI'ma = I am going to (ฉันจะI'mma = I am going to (ฉันจะI'mma get you fired. = ฉันจะทำให้คุณโดนไล่ออกLet my body do the work. = ปล่อยให้ร่างกายของฉันทำงานLet's put it into motion. = เราลองนำไปใช้ดูเถอะ เราลองนำไปใช้จริงเถอะNothin' but sheets in between us, ain't no getting off early. = ไม่ต้องมีอะไรเลยนอกจากผ้าปูที่นอนระหว่างเรา เราทั้งคู่นอนเปลือยกายไม่ต้องถอดอะไรออกก่อนเพราะว่าถอดทุกอย่างไว้ก่อนแล้วShe ride it like a '63. = เธอขับมันเหมือนรถ Celine รุ่น 1963 (รุ่นไฟหน้าขนาดใหญ่มาก เธอขับมันกลับหัวกลับหางเหมือนท่าร่วมเพศแบบ 69 (slang)She take that. = เธอยอมรับสิ่งนั้นได้We don't need nobody, I just need your body. = เราไม่ต้องการใครเลย ฉันแค่ต้องการร่างกายของคุณเท่านั้นYou don't gotta go to work. = คุณไม่จำเป็นต้องไปทำงานYou gotta put in work. = คุณต้องใช้เวลาทำงาน You're the boss at home. = คุณเป็นเจ้านายที่บ้าน คุณเป็นคนสำคัญที่บ้าน
10 กรกฎาคม 2563     |      81890
So Far Away
So Far Away (ไกลแสนไกลDavid Guetta and Martin Garrixแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์Light 'em up, light 'em up Tell me where you are, tell me where you are Summer nights, bright lights And the shootin' stars, they break my heartจุดไฟขึ้น จุดไฟขึ้น บอกฉันว่าคุณอยู่ที่ไหน บอกฉันว่าคุณอยู่ที่ไหน คืนฤดูร้อน แสงจ้า และดาวตกหลายดวง มันทำให้ฉันอกหักCallin' you now, but you're not pickin' up Shadows so close if that's still enough Light a match, light a match Baby, in the dark, show me where you areโทรหาคุณตอนนี้ แต่คุณไม่ได้รับสาย เงาอยู่ใกล้มาก ถ้ามันยังพอมีอยู่ จุดไม้ขีดไฟซิ จุดไม้ขีดไฟซิ ที่รัก ในที่มืด แสดงให้ฉันเห็นซิว่าคุณอยู่ที่ไหน[1] Oh, love How I miss you every single day When I see you on those streets Oh, love Tell me there's a river I can swim that will bring you back to me 'Cause I don't know how to love someone else I don't know how to forget your face No, love God, I miss you every single day and now you're so far away So far awayโอ้ ความรัก ฉันช่างคิดถึงคุณทุก ๆวันเสียนี่กระไร เมื่อฉันเห็นคุณบนถนนเหล่านั้น โอ้ ความรัก บอกฉันซิว่า มีแม่น้ำที่ฉันสามารถว่ายน้ำ ซึ่งจะพาคุณกลับมาหาฉันได้ เพราะฉันไม่รู้ว่าจะรักคนอื่นได้อย่างไร ฉันไม่รู้จะลืมใบหน้าของคุณได้อย่างไร ไม่รู้ ความรัก โอ้...พระผู้เป็นเจ้า ฉันคิดถึงคุณทุกวัน และตอนนี้คุณอยู่ไกลแสนไกล ไกลแสนไกลIt's breakin' me, losin' you We were far from perfect But we were worth it Too many fights, and we cried But never said we're sorry Stop sayin' you love meมันกำลังทำให้ใจฉันแตกสลาย กำลังสูญเสียคุณ เรายังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ เราแตกต่างกันมาก แต่เราก็คุ้มค่า ความแตกต่างก็มีประโยชน์คุ้มค่า มีการทะเลาะกันหลายครั้ง และเราก็ร้องไห้ แต่ไม่เคยพูดว่าเราขอโทษกัน หยุดพูดนะว่า คุณรักฉันYou're callin' me now, but I can't pick up Your shadow's still close, and I'm still in love The summer's over now But somehow it still breaks my heart We could have had this talk Ohคุณกำลังโทรหาฉันตอนนี้ แต่ฉันไม่สามารถรับสายได้ เงาของคุณยังคงอยู่ใกล้มาก และฉันก็ยังมีความรัก ฤดูร้อนจบสิ้นลงแล้วขณะนี้ แต่มีบางอย่างที่มันยังทำลายหัวใจของฉัน เราควรจะได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้ โอ้...[1]So far away So far away, oh So far away So far awayไกลแสนไกล ไกลแสนไกล ไกลแสนไกล ไกลแสนไกล[1]Vocabulary Itemsbe over (adj) = สิ้นสุดbreak (v) = ทำให้แตก ทำให้หัก breaking (v+ing) = กำลังทำให้อกหักbright (adj) = สว่างbring back (v) = นำกลับมาcalling (n) = การโทรศัพท์ close (adj) = ใกล้ชิดdark (n) = ความมืดfight (n) = การทะเลาะกัน การต่อสู้กันheart (n) = หัวใจlight (n) = แสงlight (v) = จุดไฟ light up (v) = จุดไฟขึ้นlosing (v+ing) = กำลังสูญเสียmatch (n) = ไม้ขีดไฟpicking up (n) = การรับสายโทรศัพท์shadow (n) = เงาshooting star (n) = ดาวตก ผีพุ่งไต้single day = แต่ละวันso far away = ไกลแสนไกลsummer (n) = ฤดูร้อนExpressionsBut we were worth itแต่เราก็คุ้มค่า ความแตกต่างก็มีประโยชน์คุ้มค่าHow I miss you every single dayฉันช่างคิดถึงคุณทุก ๆวันเสียนี่กระไรLight a match = จุดไม่ขีดไฟซิWe could have had this talkเราควรจะได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้แต่ว่าเราไม่ได้พูดกันเรื่องนี้We were far from perfectเรายังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ เราแตกต่างกันมากWe're sorry. เราเสียใจ เราขอโทษGrammar การใช้ Could haveเราใช้ could have เพื่อแสดงถึงเหตุการณ์ หรือการกระทำบางอย่างที่น่าจะเกิดขึ้นแล้วในอดีต แต่ว่าไม่ได้เกิดขึ้น หรือกระทำในความเป็นจริง ซึ่งในภาษาไทยตรงกับคำว่า น่าจะได้หรือ ควรจะได้เช่นWe could have had this talkเราควรจะได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้แต่ว่าเราไม่ได้พูดกันเรื่องนี้
10 กรกฎาคม 2563     |      18757
Lose You to Love Me
Lose You to Love Me (สูญเสียคุณเพื่อรักตัวฉันSelena Gomezแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์[1] You promised the world and I fell for it I put you first and you adored it Set fires to my forest And you let it burn Sang off key in my chorusคุณให้สัญญาว่าจะยกโลกให้ฉันและฉันก็หลงเชื่อ ฉันยกให้คุณเป็นคนอันดับแรกและคุณก็ซาบซึ้ง จุดไฟเผาป่าของฉัน และคุณก็ปล่อยให้มันไหม้ ร้องเพลงปิดคีย์ในการร้องประสานเสียงของฉัน'Cause it wasn't yours I saw the signs and I ignored it Rose colored glasses all distorted Set fire to my purpose And I let it burn You got off on the hurtin' When it wasn't yours, yeahเพราะมันไม่ใช่ของคุณ ฉันเห็นสัญญาณแล้วและฉันเพิกเฉย สีกุหลาบในแก้วมันผิดเพี้ยนไปหมด จุดไฟเผาวัตถุประสงค์ของฉัน และฉันปล่อยให้มันไหม้ คุณหนีออกไปจากความเจ็บปวด เมื่อมันไม่ใช่ของคุณ ใช่เลย[3] We'd always go into it blindly I needed to lose you to find me This dance, it was killing me softly I needed to hate you to love me, yeahเรามักจะเข้าไปในเหตุการณ์อย่างคนตาบอดเสมอ ฉันจำเป็นต้องสูญเสียคุณเพื่อหาตัวตนของฉัน การเต้นรำนี้มันกำลังฆ่าฉันอย่างนุ่มนวล ฉันจำเป็นต้องเกลียดคุณเพื่อที่จะรักตัวฉัน ใช่เลย[2] To love, love, yeah To love, love, yeah To love, yeah I needed to lose you to love me, yeah To love, love, yeah To love, love, yeah To love, yeah I needed to lose you to love meเพื่อรัก เพื่อรัก ใช่เลย เพื่อรัก เพื่อรัก ใช่เลย เพื่อรัก ใช่เลย ฉันจำเป็นต้องสูญเสียคุณเพื่อที่จะรักตัวฉันเอง ใช่แล้ว เพื่อรัก เพื่อรัก ใช่เลย เพื่อรัก เพื่อรัก ใช่เลย เพื่อรัก ใช่เลย ฉันจำเป็นต้องสูญเสียคุณเพื่อที่จะรักตัวฉันเองI gave my all and they all know it Then you tore me down and now it's showing In two months, you replaced us Like it was easy Made me think I deserved it In the thick of healing, yeahฉันให้ทุกอย่างของฉันและพวกเขาทุกคนรู้ แล้วคุณก็ฉีกฉันทิ้ง และตอนนี้มันก็กำลังปรากฏขึ้น ในอีกสองเดือนคุณก็เปลี่ยนเราเป็นคนอื่น เหมือนกับว่ามันง่าย ทำให้ฉันคิดว่าฉันสมควรได้รับกรรมมัน ในระหว่างการรักษาที่เป็นอันตราย ใช่เลย[3] [2] [1] [2]To love, love, yeah To love, love, yeah To love, yeahเพื่อรัก เพื่อรัก ใช่เลย เพื่อรัก เพื่อรัก ใช่เลย เพื่อรัก ใช่เลยAnd now the chapter is closed and done To love, love, yeah To love, love, yeah To love, yeah And now it's goodbye, it's goodbye for usและตอนนี้บทนิยายถูกปิดและจบสิ้นแล้ว เพื่อรัก เพื่อรัก ใช่เลย เพื่อรัก เพื่อรัก ใช่เลย เพื่อรัก ใช่เลย และตอนนี้มันเป็นการลาจากแล้วสำหรับเรา มันเป็นการลาจากแล้วสำหรับเราVocabulary Itemsadore (v) = รักใคร่ บูชาblindly (adv) = อย่างคนตาบอดburn (v) = ไหม้chapter (n) = บท ตอน ของหนังสือchorus (n) = การร้องเพลงประสานเสียงclosed and done = ถูกปิดและจบสิ้นแล้วdance (n) = การเต้นรำdistort (v) = ผิดเพี้ยนจากเดิมforest (n) = ป่าไม้get off on (v) = หลีกเลี่ยงgoodbye (n) = การลาจากhate (v) = เกลียดhurting (n) = ความเจ็บปวดignore (v) = เพิกเฉย ไม่สนใจใยดีkill (v) = ฆ่าlet (v) = ปล่อย อนุญาตlose (v) = สูญเสียpromise (v, n) = สัญญา คำสัญญาpurpose (n) = วัตถุประสงค์replace (v) = แทนที่sign (n) = สัญญาณsoftly (adv) = อย่างนุ่มนวล อย่างผ่าเบาtear, tore, torn down (v) = ฉีกออกเป็นชิ้นๆExpressionsI fell for it. = ฉันหลงเชื่อLike it was easy. = เหมือนกับว่ามันง่ายMade me think I deserved it. = ทำให้ฉันคิดว่าฉันสมควรได้รับกรรมมันpromise the world/the earth/the moon = ให้สัญญาที่เป็นไปไม่ได้พูดโม้ พูดเกินจริงRose colored glasses (n) = แก้วที่มีการระบายสีเป็นรูปดอกกุหลาบSet fires. (v) = จุดไฟSing (sang, sung) off key. = ร้องเพลงผิดคีย์Thick of healing (n) = ในระหว่างการรักษาที่เป็นอันตรายYou let it burn. = คุณปล่อยให้มันไหม้You promised the world. = คุณให้สัญญาที่เป็นไปไม่ได้
10 กรกฎาคม 2563     |      8645
Is There Somewhere
Is There Somewhere (มีสักที่หนึ่งไหมHalseyแปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์You were dancing in your tube socks in our hotel room Flashing those eyes like highway signs Light one up and hand it over, rest your head upon my shoulder I just wanna feel your lips against my skinคุณเต้นรำใส่ถุงเท้าหลอดในห้องพักของเรา แววตาของคุณเหมือนสัญญาณไฟทางหลวง จุดไฟขึ้นแล้วส่งมันผ่านมา วางหัวของคุณบนไหล่ของฉัน ฉันแค่อยากจะสัมผัสริมฝีปากของคุณกับผิวของฉันWhite sheets, bright lights, crooked teeth, and the night life You told me this is right where it begins But your lips hang heavy underneath me And I promised myself I wouldn't let you complete meผ้าปูที่นอนสีขาว ไฟสว่าง ฟันเยิ่นและชีวิตกลางคืน คุณบอกฉันว่า สิ่งนี้ถูกต้อง ณ ที่มันเริ่มต้น แต่ริมฝีปากคุณผ่านไปอย่างเฉื่อยช้าอยู่ข้างใต้ฉัน และฉันสัญญากับตัวเองว่า ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณทำกับฉันให้เสร็จสมบูรณ์I'm trying not to let it show, that I don't want to let this go Is there somewhere you can meet me? 'Cause I clutched your arms like stairway railings And you clutched my brain and eased my ailingฉันพยายามที่จะไม่ให้มันแสดงว่า ฉันไม่ต้องการปล่อยให้สิ่งนี้ผ่านไป มีที่ไหนบ้างไหมที่คุณสามารถพบฉันได้ เพราะว่าฉันจับแขนของคุณแน่นเหมือนกับราวบันได และคุณบีบขมับของฉันและบรรเทาอาการป่วยของฉันได้You're writing lines about me; romantic poetry Your girl's got red in her cheeks, 'cause we're something she can't see And I try to refrain but you're stuck in my brain And all I do is cry and complain because second's not the sameคุณกำลังเขียนหนังสือเกี่ยวกับฉัน เป็นบทกวีเรื่องรักๆใคร่ (โรแมนติก ผู้หญิงของคุณมีแก้มสีแดง เพราะว่าเราเป็นบางอย่างที่เธอมองไม่เห็น และฉันพยายามที่จะละเว้นบางอย่าง แต่ว่าคุณติดอยู่ในสมองของฉัน และทั้งหมดที่ฉันทำคือร้องไห้และบ่น เพราะว่าครั้งที่สองไม่เหมือนครั้งแรก[1] I'm sorry but I fell in love tonight I didn't mean to fall in love tonight You're looking like you fell in love tonight Could we pretend that we're in love?ฉันขอโทษ แต่ฉันตกหลุมรักในคืนนี้ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะตกหลุมรักในคืนนี้ คุณดูเหมือนว่าคุณตกหลุมรักคืนนี้ เราจะแกล้งทำเป็นว่าเรากำลังมีความรักได้ไหม[1]Vocabulary Itemsailing (n) = อาการเจ็บป่วยbrain (n) = สมอง ขมับbright (adj) = สว่างclutch (v) = จับไว้แน่น บีบcomplain (v) = บ่นcrooked (pp) = เยิ่น โค้ง งอdance (v) = เต้นรำease (v) = บรรเทา ทำให้มีอาการดีขึ้นflash (v) = กวาดไปมาอย่างรวดเร็วhand over (v) = ส่งผ่านมาhang heavy (idiom) = ผ่านไปอย่างเฉื่อยช้า ล่องลอยอยู่ในอากาศยาวนานhighway signs (n) = สัญญาณไฟจราจรlight (n) = แสงlight up (v) = จุดไฟขึ้น เปิดไฟขึ้นlip (n) = ริมฝีปากmean to (v) = ตั้งใจpoetry (n) = บทกวีpretend (n) = แสร้งทำpromise (v) = สัญญาrefrain (v) = ละเว้นบางอย่าง rest upon (v) = วางลงที่romantic (adj) = เกี่ยวกับเรื่องรักๆใคร่ shoulder (n) = ไหล่skin (n) = ผิวหนังstairway railing (n) = ราวบันไดtube socks (n) = ถุงเท้าหลอด ถุงเท้าฟรีไซส์แบบไร้ส้นunderneath (prep) = อยู่ข้างใต้white sheet (n) = ผ้าปูที่นอนExpressionsI didn't mean to fall in love tonightฉันไม่ได้ตั้งใจจะตกหลุมรักในคืนนี้I don't want to let this go. = ฉันไม่ต้องการปล่อยให้สิ่งนี้ผ่านไปI wouldn't let you complete meฉันจะไม่ปล่อยให้คุณทำกับฉันให้เสร็จสมบูรณ์I'm sorry but I fell in love tonightฉันขอโทษ แต่ฉันตกหลุมรักในคืนนี้You clutched my brain and eased my ailingคุณบีบขมับของฉันและบรรเทาอาการป่วยของฉันYou're stuck in my brain. = คุณติดอยู่ในสมองของฉัน
10 กรกฎาคม 2563     |      1165