He Ain’t Heavy, He’s My Brother (เขาไม่หนัก เขาเป็นน้องชายของผม)
The Hollies
แปลโดย รศ.ดร.สุพัฒน์ สุกมลสันต์
The road is long
With many a winding turn
That leads us to who knows where
Who knows when
But I'm strong
Strong enough to carry him
He ain't heavy, he's my brother
ถนนยาว
มีโค้งวกวนมากมาย
ซึ่งนำเราไปยังที่ใครจะรู้ว่าที่ไหน
ใครจะรู้ว่าเมื่อไหร่
แต่ว่าผมแข็งแรง
แข็งแรงพอที่จะแบกเขาได้
เขาไม่หนัก เขาเป็นน้องชายของผม
So on we go
His welfare is of my concern
No burden is he to bear
We'll get there
For I know
He would not encumber me
He ain't heavy, he's my brother
ดังนั้น เราจึงเดินทางต่อไป
สวัสดิภาพของเขาเป็นสิ่งที่ผมคำนึงถึง
เขาไม่ได้เป็นอุปสรรคที่ผมต้องทน
เราจะไปถึงที่นั่น
เนื่องจากผมรู้ว่า
เขาจะไม่เป็นปัญหากับผม
เขาไม่หนัก เขาเป็นน้องชายของผม
If I'm laden at all
I'm laden with sadness
That everyone's heart
Isn't filled with the gladness
Of love for one another
ถ้าผมรับน้ำหนักหรือมีปัญหาเพิ่มขึ้น
ผมคงแบกรับความเศร้า
ที่หัวใจของทุกๆคน
ไม่มีความยินดี
ในเรื่องความรักของกันและกัน
It's a long, long road
From which there is no return
While we're on the way to there
Why not share
มันเป็นถนนที่ยาวมาก
เป็นถนนที่ไม่มีทางเลี้ยวกลับ
ขณะที่เราอยู่บนถนนที่จะไปยังจุดหมายนั่น
ทำไมเราไม่แบ่งปันช่วยเหลือกันล่ะ?
And the load
Doesn't weigh me down at all
He ain't heavy, he's my brother
และภาระ
ไม่ได้ทำให้น้ำหนักผมมีเพิ่มขึ้นเลย
เขาไม่หนัก เขาเป็นน้องชายของผม
He's my brother
He ain't heavy, he's my brother...
เขาเป็นน้องชายของผม
เขาไม่หนัก เขาเป็นน้องชายของผม
*************************************************************************************
Vocabulary Items
- ‘cause (conj) = because
- encumber (v) = ก่อให้เกิดปัญหา หรือภาระกับคนอื่น
- forget (v) = ลืม
- guess (v) = เดา คาดการณ์
- leave (v) = จากไป ละทิ้งไป
- load (n) = ภาระ น้ำหนัก
- mine (pron) = my love
- regret (v) = ความโศกเศร้า ความเสียใจ
- sure (adj) = แน่ใจ
Expressions
- They say…= เขาลือกันว่า
- I just can’t let you walk away. = ผมเพียงแต่ไม่สามารถปล่อยให้คุณเดินจากไปได้
- Am I that easy to forget? = ผมเป็นคนที่ถูกลืมได้ง่ายๆเลยหรือ?
Note
คำว่า ain't ปรากฎตัวขึ้นครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษที่ 16
ในขณะนั้น ain't ถือเป็นตัวย่อของ am not เพียงตัวเดียว (และเป็นการย่อที่ถูกหลัก grammar ในสมัยนั้นด้วยนะครับ)
วันเวลาผ่านไป...จนกระทั่งมาถึงยุคต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19
ain't ก็เริ่มถูกนำมาใช้เป็นตัวย่อของ is not, are not, do not, does not, did not, has not, have not บ้าง (จากเดิมที่เคยใช้เป็นแค่ตัวย่อของ am not เพียงตัวเดียว)
ปัจจุบัน
ain't เป็นตัวย่อของ am not, is not, are not, do not, does not, did not, has not, have not...ซึ่งคำทั้งหมดนี้แปลว่า "ไม่" ทั้งสิ้น
และเนื่องจาก ain't แทนคำอื่นได้มากเกินไป แทนที่จะย่อแค่ am not เพียงตัวเดียวเหมือนในอดีต...ทำให้ ain't ถูกลงโทษให้กลายเป็นคำที่ผิดหลัก grammar ของภาษาอังกฤษ
ใช้พูดใช้เขียนแบบไม่เป็นทางการได้ แต่ไม่สามารถใช้พูดใช้เขียนแบบเป็นทางการได้อีก
ต่อไปนี้คือตัวอย่างการใช้ ain't ในประโยคต่างๆ
- I ain't got no money. ผมไม่มีตังค์ (ในประโยคนี้ ain't = have not)
- He ain't wrong. เขาไม่ผิด (ในประโยคนี้ ain't = is not)
- Betty ain't go to school. เบ็ตตี้ไม่ไปโรงเรียน (ในประโยคนี้ ain't = does not)
Grammar
- Simple Present Tense (ปัจจุบันกาลอย่างง่าย) เพื่อใช้บ่งบอกว่า เหตุการณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นปกติวิสัยในขณะที่พูด หรือเกิดขึ้นบ่อยๆเป็นประจำ เช่น
- I just can’t let you walk away.
- You want his love much more than mine
- I don't want no one but you.
- Present Perfect Tense (ปัจจุบันกาลสมบูรณ์) เพื่อใช้บ่งบอกว่า เหตุการณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้ดำเนินติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน และอาจเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตได้ด้วย เช่น
- We have never met. เราไม่เคยพบกันมาก่อนเลย
- Simple Future Tense (อนาคตกาลอย่างง่าย) เพื่อบ่งบอกว่าเหตุการณ์บางอย่างจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น
- I will just say…
- That will not stop my loving you.
- Subjunctive Mood (ปริกัลบมาลา)คือประโยคที่แสดงความต้องการ ความปรารถนา แนะนำ ตักเตือน เชิญชวน ขอร้อง หรือแสดงเงื่อนไขสมมติ ที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง
โครงสร้างประโยค
- Could/would/might/should + simple verb in Present Tense
- Could/would/might/should + have + p.p. (past participle) verb in Past Tense เช่น
- Guess I could find somebody, too.เดาซิว่า ผมก็สามารถหาคนรักใหม่ได้เช่นกัน (แต่ผมไม่ทำ)
- How could you leave without regret. คุณจากผมไปโดยไม่โศกเศร้าเสียใจได้อย่างไร? (แต่คุณควรจะเสียใจ)
*************************************************************************